Title : Lytare
Author : Stray-89
Rate : R
Characters : Draco/Harry, Hermione, Ron
Genres : General, Romance, Action/Adventure, Fantasy
Warnings : Angst, Yaoi / Slash, Language, Male Pregnancy
Challenges : None
Summary : After unknowingly bleeding hate from his veins Harry finally comes into his inheritance as a Lytare. A rare species of magical creature and the priceless treasure for one blonde slytherin... Creature ficDH slash
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Chapter 5
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที แฮร์รี่ก็มาถึงยังห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ ซึ่งดูเหมือนว่ากำลังมีการประชุมของคณะอาจารย์ทั้งโรงเรียน อาจารย์ทุกคนต่างก็นั่งล้อมเป็นวงอยู่รอบโต๊ะทำงานของดัมเบิลดอร์ รวมทั้งคนที่ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ด้วย นั่นคือ ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ แฮร์รี่มองสีหน้าตกใจของทุกคนอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะวิ่งอย่างรวดเร็วไปยังประตู
ก่อนที่แฮร์รี่จะวิ่งไปได้ครึ่งทางของทางไปประตู เขาก็รู้สึกได้ว่ามีการร่ายคาถาล็อกประตู และคาถานั้นก็แข็งแกร่งมากจนเขาอาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันในการปลดคาถานั้นเพื่อที่จะเปิดประตู เขาไม่มีทางที่จะหลบหนี และเดรโกก็ยังคงไม่ออกมาจากกองไฟนั้น
"ปล่อยผมออกไปนะ" แฮร์รี่พูด แต่ดัมเบิลดอร์ก็ส่ายหัวอย่างช้าๆ "ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!" แฮร์รี่กรีดร้องออกมา เขารู้สึกหวาดกลัว แล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดความคิดของเขาได้ สมองของเขานึกภาพเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมา ทุกคนพยายามจะแยกเขาและเดรโกออกจากกัน ทุกคนจะแยกเขาออกจากคนรักของเขา เขาจะต้องหนีไปจากที่นี่ เขามองไปยังประตูอีกครั้ง และหวังว่ามันจะเปิดออก
"คนแก่แบบคุณคงไม่เข้าใจผมหรอก" แฮร์รี่พูดด้วยความโกรธ "ผมต้องหาเดรโกให้พบ ที่นั่นมีผู้เสพความตายอยู่ รวมทั้งโวลเดอมอร์ด้วย ผมหนีมาได้แต่ผมไม่รู้ว่าเดรโก..." ในสมองของแฮร์รี่นั้นเริ่มมีภาพจินตนาการเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แฮร์รี่เห็นภาพคู่ครองของเขาถูกทรมาน ถูกจับเป็นนักโทษและถูกฆ่าอย่างทารุณ แฮร์รี่ทรุดลงนั่งพิงกำแพงห้องและซบหน้าลงในฝ่ามือ เขาเริ่มสะอึกสะอื้น "ผมต้องหาเขาให้พบ"
"ใจเย็นๆ ก่อนนะ แฮร์รี่ พวกเราจะพูดถึงเรื่องของผู้เสพความตายกันในวันหลัง"
"ไม่ ถ้าไม่พูดถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องพูดแล้ว คนรักของผมยังอยู่ในที่ที่อันตรายแบบนั้น แล้วเขา...เขาอาจจะถูกทรมานแล้วด้วย คุณต้องหาเขาให้พบแล้วพาเขากลับมา หรือว่าคุณจะให้ผมลงมือหาเขาด้วยตัวของผมเองก็ได้"
"โอเค แฮร์รี่ ฉันจะส่งเซเวอรัสไปพาคุณมัลฟอยกลับมา ตอนที่เธอมาถึงที่นี่พวกเรากำลังปรึกษากันเรื่องกิริยาของเดรโก มัลฟอย ในคืนที่เขาปรากฏตัวในห้องพยาบาล และพวกเราก็ได้ตัดสินใจกันแล้วว่าจะปกป้องเธอให้ปลอดภัยโดยให้เธออยู่ในห้องส่วนตัวของเธอจนกว่าพวกเราจะถามคำถามกับเขาโดยใช้สัจจะเซรุ่ม เธอจะถูกแยกออกจากเขาจนกว่าเขาจะตอบคำถาม..."
"ม...ไม่ ไม่ได้" แฮร์รี่ตะโกนขึ้นขัดจังหวะพูดของอาจารย์ใหญ่ "คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ แล้วคุณจะแยกผมออกจากเขา หรือแยกเขาออกจากผมไม่ได้ด้วย เขาเป็นคนที่ผมรัก คุณไม่เข้าใจเลยหรือไง ผม รัก เขา" ศาสตราจารย์หลายคนรู้สึกไม่พอใจที่แฮร์รี่พูดกับอาจารย์ใหญ่ด้วยท่าทางเช่นนั้น แต่อย่างไรก็ตาม สเนปก็ยิ้มแสยะออกมา
สเนปนั้นมีความเชี่ยวชาญในหลายๆ ด้าน ทั้งการปรุงยา การใช้คาถา และเขาก็ใช้เวลาอยู่หลายปีเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับไลทาแร เขาเริ่มศึกษาเรื่องนี้หลังจากที่เขาได้ฟังเรื่องเล่ามาว่า บรรพบุรุษของเขา รุ่นคุณตาทวด หรืออาจจะเป็นทวดของทวดอีกทีนั้น เป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้รับพลังของไลทาแร จนตอนนี้ มัลฟอยและพอตเตอร์นั้นก็ได้รับพลังนั้นมา เขารู้ดีว่าถ้าหากเด็กชายทั้งสองคนถูกแยกออกจากกันแล้ว จะต้อมีเรื่องที่น่ากลัวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเขาคิดว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ทั้งหมดนั่นก็เป็นความผิดของดัมเบิลดอร์เพียงผู้เดียว เขายังข้องใจอยู่ว่าดัมเบิลดอร์คงจะรู้เกี่ยวกับพิธีผูกมัดของไลทาแร แต่ก็ยังละเลยเพียงเพราะความคิดที่ว่าทั้งสองคนเป็นแค่ไลทาแรเลือดผสม เขารู้ว่าแฮร์รี่นั้นเป็นฝ่ายรองรับ และในช่วงแรก เด็กชายจะรู้สึกทรมานจากการถูกแยกออกจากเดรโก แล้วเป็นไปได้อย่างมากว่า หลังจากนั้นแฮร์รี่คงจะทำในสิ่งที่สุดแสนจะโง่เง่าสิ้นดี...สิ่งที่ไม่มีคนปกติที่ไหนเขาทำกัน
--------------------------------------
เมื่อผู้เสพความตายก้าวเข้ามาในห้อง เดรโกก็เดินถอยหลังไปสองก้าว ทั้งสี่คนสวมผ้าคลุม พวกเขายืนหยุดนิ่งมองเปลวไฟสีเขียว และพบว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้นได้หนีไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรออกมาจนกระทั่งพ่อของเขาพูดขึ้น "เดรโก แกกล้าดียังไงถึงได้หักหลังคนในครอบครัว...ครูซิโอ"
คาถานั้นพุ่งตรงไปที่หน้าอกของเดรโก นั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนมีมีดนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงและเฉือนเนื้อของเขาออกมา เขาทรุดลงบนเข่า แต่ก็ไม่ส่งเสียงร้องออกมาถึงแม้ว่าความเจ็บปวดจะแพร่กระจายออกไปทั่วร่างกายของเขาก็ตาม เขาไม่อยากเรียกความสงสารจากพ่อของเขา เมื่อความเจ็บปวดนั้นแทบหายเป็นปลิดทิ้งแล้วเขาก็เดินถอยหลังไปเพื่อที่จะหายตัวไปจากที่นี่ แต่โชคร้ายที่พวกผู้เสพความตายนั้นได้ร่ายคาถาป้องกันการเดินทางโดยผงฟลู และการหายตัวไว้
"เจ้าจะไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น มัลฟอยคนลูก" เจ้าแห่งศาสตร์มืดพูดแล้วไล่...เรียกได้ว่าเกือบลูบไล้...นิ้วยาวและผอมจนเหลือแต่กระดูกลงมาตามแก้มของเดรโก "คนทรยศต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม"
--------------------------------------
ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น แฮร์รี่ก็พบว่า เขาถูกขังอยู่ในห้องขนาดกลาง ภายในห้องมีหน้าต่างหนึ่งบาน เก้าอี้หนึ่งตัว โต๊ะเล็กๆ และโถสำหรับขับถ่าย ‘ดัมเบิลดอร์ช่างเป็นคนดีจริงๆ ที่จัดห้องให้มีสภาพที่ฉันพอจะอยู่ได้’ แฮร์รี่คิด ดัมเบิลดอร์ขังเขาไว้ในนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเขา ‘คงเป็นอย่างนั้น’ เขาคิด ‘ฉันคงจะรู้สึกปลอดภัยกว่านี้ถ้าอยู่กับเดรโก’ แฮร์รี่รู้สึกว่าน้ำตาเริ่มเอ่อล้นจากดวงตาของเขาเมื่อเขานึกถึงคนรักของเขาซึ่งหายตัวไป
"ฉันต้องได้เจอกับเขาอีกครั้ง" เขาพูดออกมาเสียงดัง
หลังจากที่เดินวนไปมาในห้องอยู่หลายชั่วโมง แฮร์รี่สังเกตเห็นว่ามีถาดอาหารปรากฏขึ้นบนโต๊ะ แฮร์รี่เดินเข้าไปดูแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ‘ไข่กวนบนขนมปังกับน้ำฟักทองหนึ่งแก้ว อะไรจะดีปานนี้’
เมื่อแฮร์รี่กลืนคำสุดท้ายลงไป ท้องของเขาก็เริ่มปั่นป่วนและบิดเกลียว แฮร์รี่คิดว่าเขาคงจะอาเจียนอาหารที่กินเข้าไปออกมาจนหมดอย่างแน่นอน ‘อาจจะเป็นเพราะผลจากการโดนแยกในช่วงที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกันมากที่สุด’ แฮร์รี่คิด
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที แฮร์รี่ก็อาเจียนทุกอยางที่อยู่ในท้องของเขาออกมาจนหมด เขาทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ปีกของเขากางออกมาจากหลังของเขา สีแดงของปีกนั้นดูจางลง และปีกนั้นก็ดูอ่อนปวกเปียก แฮร์รี่กรีดร้องออกมา เสียงนั้นสามารถทำให้แก้วหูแตกได้ เขานั้นทำได้ได้เพียงแค่หวังว่าคนรักของเขาจะได้ยินเสียงของเขา เขานอนลงบนพื้นและหายใจหอบ แล้วหลับตาลง การหายไปของคนรักของเขานั้นทำให้เขาอ่อนแอลง
--------------------------------------
เดรโกได้ยินเสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้นมาจากหัวใจอีกดวงของเขา เขารู้ว่านั่นเป็นเสียงของแฮร์รี่ ตอนนี้เขารู้เพียงแค่ว่าเขาจะต้องปกป้องคนรักของเขา เขารู้ว่าเขาจะต้องหนีออกไปจากห้องขังเก่าๆ ที่เขาถูกขังอยู่แห่งนี้ให้ได้ เขาทุบประตู เล็บแหลมคมของเขาปรากฏขึ้น แล้วเขาก็แยกเขี้ยว ‘ไม่มีอะไรที่จะแรงกล้ามากกว่าการที่ไลทาแรฝ่ายรุกเร้านั้นปกป้องคุ้มครองวิสซิมและลูกๆ ของพวกเขา’ เขานึกถึงคำที่เขาบอกแฮร์รี่
เขาย้อนกลับไปยังหลายปีก่อน แต่เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าเขาจะหลบหนีออกไปได้อย่างไร มันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย แต่ตอนนี้ในมือของเขามีขาข้างหนึ่งของเตียงพับอยู่ เขาต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ เดรโกวิ่งไปตามอุโมงค์ใต้ดินของคฤหาสน์มัลฟอย นี่เป็นที่ที่เขาถูกขังอยู่ เขานึกขึ้นมาได้ว่าเขาเคยบังคับให้เอลฟ์ประจำบ้านบอกทางลงมาที่นี่ให้เขาเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็กอยู่ ‘มันใช้ประโยชน์ได้ในตอนนี้นี่แหละ’ เขาคิดเมื่อเขามาถึงยังพื้นผิวด้านบน
เมื่อเขาไปถึงยังนอกเขตของตัวคฤหาสน์ เขาหายตัวไปยังสถานที่แรกที่เขานั้นนึกได้...ฮอกมี้ดส์
------------------------------------------------
Chapter 6
"แล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะครับ" สเนปพูดขึ้นแล้วเดินวนไปมาอยู่เบื้องหน้าของโต๊ะทำงานของดัมเบิลดอร์
"สิ่งที่พวกเราจะต้องทำนั้นคือสืบค้นประวัติครอบครัวของลิลี่ อีวานส์" ดัมเบิลดอร์พูดแล้วเดินไปยังจุดที่ฟอกส์เกาะอยู่แล้วใช้มือซึ่งเหี่ยวย่นของเขาลูบขนสีแดงและสีทองของนกฟีนิกซ์
"พวกเราจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรล่ะครับ" สเนปพูด "เกือบทั้งหมดของครอบครัวอีวานส์นั้นหายสาบสูยไปหลังจากที่แมรี่กับอดัม อีวานส์ ถูกฆ่าโดยเจ้าแห่งศาสตร์มืด"
"เราต้องการความช่วยเหลือจากรีมัส ลูปิน" ดัมเบิลดอร์พูดกับสเนป
"เพียงแค่เจ้ามนุษย์หมาป่านั่นคนเดียวหรือครับ" สเนปพูดออกแนวเย้ยหยัน "เราน่าจะลองติดต่อกับโรเชลล์ ปีเตอร์ส ดูด้วยนะครับ"
"อ้อใช่" ดัมเบิลดอร์พูด "ฉันลืมเกือบทั้งหมดเกี่ยวกับเธอไปเสียแล้วสิ แล้วคุณได้พบเธอบ้างไหม นับตั้งแต่สงครามครั้งแรกได้สิ้นสุดลง"
"ไม่ครับ แต่ผมได้รับการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสจากเธอทุกๆ ปี นั่นทำให้ผมยังคงเหลือความทรงจำเกี่ยวกับวันจบการศึกษาของพวกเรา" สเนปตอบ "บางทีเจ้ามนุษย์หมาป่าอาจจะได้พบกับเธอบ้าง เพราะพวกเขาค่อนข้างสนิทกัน"
"ฉันจะเขียนจดหมายไปหาพวกเขาทั้งสองเอง อย่างไรก็ตาม โรเชลล์นั้นก็เป็นเพื่อนที่สนิทกับลิลี่มากที่สุด เป็นเพื่อนเจ้าสาวของเธอ นอกจากนั้นทั้งลิลี่และเจมส์ก็เคยวางแผนไว้ว่าจะขอให้เธอเป็นแม่ทูนหัวของแฮร์รี่..." ดัมเบิลดอร์ยังพูดไม่ทันจบ สเนปก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
"แต่เธอก็เนรเทศตัวเองไปยังที่ไหนไม่รู้ แล้วหายสาบสูญไปก่อนที่พวกเขาจะได้ถาม และเธอก็ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง เธอถามเจมส์กับลิลี่ว่า ให้บอกแฮร์รี่ให้เรียกเธอว่าน้าเอลล์ได้ไหม ใช่ไหมล่ะครับ พวกเรารู้เรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว เราลืมเรื่องนี้ไปก่อนจะดีกว่าไหมครับ"
ทันใดนั้น เสียงเตือน ‘บี๊บ’ ก็ดังขึ้นในห้องทำงาน ดัมเบิลดอร์หันกลับไปมองยังเหนือเตาผิง เขามองปุ่มแสดงสัญญาณเตือนทั้งหมด แล้วพบว่าเป็นปุ่มสีส้มซึ่งใหญ่กว่าเหรียญซิกเกิ้ลไม่มากนักที่ดังเตือนขึ้น ไฟที่ปุ่มนั้นกระพริบอย่างต่อเนื่อง และส่งสัญญาณเตือนในทุกๆไม่กี่วินาที
"เกิดอะไรขึ้นหรือครับ" สเนปถาม
ดัมเบิลดอร์ไม่พูดอะไรแต่กลับเดินไปยังเตาผิงและกดปุ่มสีส้มนั้น สัญญาณเตือนและไฟกระพริบนั้นหยุดลงในทันที เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น แผ่นกระดาษก็ออกมาจากช่องด้านล่าง ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่ใช่ผู้เสพความตาย "คุณมัลฟอยเข้ามาในเขตรั้วโรงเรียนแล้ว"
"เขาหลบหนีออกมาได้สินะ" สเนปถอนหายใจ รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาแวบหนึ่ง
"คงจะใช่อย่างที่คุณพูดนั่นแหละ" ดัมเบิลดอร์พูด "ด๊อบบี้" เสียงดัง ‘ป๊อป’ ดังขึ้นและร่างของเอลฟ์ประจำบ้านซึ่งมีอายุมากที่สุดในฮอกวอตส์ก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าพ่อมดทั้งสองคน เขาใส่ถุงเท้าสั้น สวมถุงมือสีเหลืองซึ่งไม่มีนิ้ว กางเกงขาสั้นซึ่งเป็นสีเหมือนก๊าซนีออนสีชมพู และอะไรบางอย่างซึ่งดูเหมือนกับถุงพองๆ
"ด๊อบบี้รอฟังคำสั่งของอาจารย์ใหญ่อยู่ครับ มีอะไรให้ด๊อบบี้รับใช้หรือครับ" เอลฟ์ตาโตพูด
"ด๊อบบี้ เธอช่วยไปพาคุณมัลฟอยมาหาพวกเราได้ไหม เขาอยู่ที่ประตูทางเข้าด้านหน้าของโรงเรียน" ดัมเบิลดอร์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ด๊อบบี้จะทำตามที่อาจารย์ใหญ่ต้องการครับ" เอลฟ์พูดก่อนจะหายไปพร้อมกับเสียง ‘ป๊อป’
"เซเวอรั คุณช่วยไปเอาสัจจะเซรุ่มมาได้ไหม"
"ได้ครับ" สเนปตอบ
"ฉันชอบเอลฟ์ตัวนั้นจัง" ดัมเบิลดอร์พูดกับตัวเองเบาๆ
"แน่นอน คุณน่ะต้องชอบเขาอยู่แล้ว" สเนปบ่นพึมพัมในขณะที่เขาเดินไปเอาสัจจะเซรุ่ม "เพราะมันเป็นพวกวิกลจริตอยู่ลึกๆ เหมือนคุณ"
-------------------------------------------
ร่างกายของเดรโกสั่นสะท้านจากความหนาวเย็นของอากาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่เขาก็รวบรวมความอดทนมากพอให้เดินด้วยความรวดเร็ว ผ่านผู้คนมากมายที่มาซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ จนไปถึงยังจุดหมายที่เขาต้องการที่สุดปลายถนน นั่นคือ ประตูสู่ฮอกวอตส์ เดรโกสะดุ้งด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย เมื่อเขาผ่านเข้าไปในข่ายคาถาที่ร่ายไว้ป้องกันบุคคลภายนอก และเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เขาก็ก้าวเข้าสู่พื้นฮอกวอตส์ แล้ว ด๊อบบี้ อดีตเอลฟ์ประจำบ้านที่เคยอยู่ที่คฤหาสน์มัลฟอยก็ปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าของเขา
"ด๊อบบี้มาพาคุณมัลฟอยไปหาท่านอาจารย์ใหญ่ตามคำสั่งครับ" เจ้าเอลฟ์พูดด้วยเสียงแหลมน่าแสบแก้วหู
เดรโกรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะพูดขึ้นว่า "ถ้าอย่างนั้นก็พาไปสิ"
เจ้าเอลฟ์ยื่นมือซึ่งมีสภาพหนังหุ้มกระดูกออกไปจับข้อมือของเดรโก เมื่อเสียง ‘ป๊อป’ ดังขึ้น เดรโกรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน และเมื่อเขาไปถึงห้องทำงานอาจารย์ใหญ่แล้ว เขาก็ทรุดลงไปนั่งคุกเข่าที่กลางพื้นห้อง
"อา...คุณมัลฟอย" อาจารย์ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความสนใจเขาน้อยกว่าเวลาที่พูดกับนักเรียนคนอื่นที่เขาชอบอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านอาจารย์ใหญ่" เดรโกพูดเมื่อเขาลุกขึ้นยืนแล้ว "จะเป็นอะไรไหมถ้าหากผมจะไปพบคู่ครองของผม เขาอยู่ที่ไหน"
อาจารย์ใหญ่ส่ายหน้าอย่างช้าๆ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า "เกรงว่าคุณคงยังไปพบเขาในตอนนี้ไม่ได้หรอก"
"คุณไม่เข้าใจที่ผมพูดเลยหรือ ผมต้องได้พบเขาในตอนนี้" เดรโกพูดด้วยความฉุนเฉียวแล้วหันไปยังประตูเมื่อเขาได้ยินเสียงปิดประตู เขาตกใจเมื่อเขาเห็นศาสตราจารย์วิชาปรุงยายืนอยู่ตรงนั้น สเนปไม่พูดอะไรเมื่อเดรโกขอร้องเขาผ่านทางสายตา เมื่อเห็นว่าเขาไม่สามารถพึ่งพาอะไรจากสเนปได้ เดรโกจึงหันกลับไปมองสบตากับอาจารย์ใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
"เขาจะ..." เดรโกพูดแต่ก็ถูกอาจารย์ใหญ่พูดขัดขึ้นมา
"สงบจิตสงบใจลงหน่อยนะ คุณมัลฟอย คู่ครองของคุณนั้นยังคงค่อนข้างปลอดภัยดี"
"ถ้าเช่นนั้นทำไมผมถึงได้ยินเสียงเขากรีดร้องล่ะ" เดรโกพูด "แล้วอีกอย่าง ทำไมผมถึงรู้สึกได้ว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย"
"ฉันยังคงยืนยันคำตอบเดิมนะ คุณมัลฟอย เขายังคงปลอดภัยดีอยู่ คุณจะพบกับเขาได้ก็ต่อเมื่อคุณตอบคำถามภายใต้การควบคุมของสัจจะเซรุ่ม"
"ไม่ ผมขอปฏิเสธ คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าถ้าหากผมไม่ได้พบกับเขาในตอนนี้ เขาจะต้องตาย"
"เหลวไหล ฉันรับรองกับคุณเลยว่าเขานั้นปลอดภัยดี"
"แล้วทำไมผมถึงยังพบกับเขาไม่ได้ล่ะ" เดรโกถาม เขารู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกทุบด้วยค้อน และรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ถ้าหากว่าผลจากการถูกแยกออกจากกันยังทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดีถึงเพียงนี้ แล้วแฮร์รี่ล่ะ คงจะรู้สึกย่ำแย่ยิ่งกว่าเขาอีกแน่
"คุณเข้าใจหรือเปล่าว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากผมไม่ได้พบกับเขาภายใน 1 ชั่วโมง" เดรโกถามอาจารย์ใหญ่ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ซึ่งแตกต่างจากภายในจิตใจของเขาโดยสิ้นเชิง
สีหน้าของอาจารย์ใหญ่ดูซีดลงเล็กน้อย ราวกับจะเข้าใจแล้วว่าอาวุธชิ้นสำคัญของเขาจะต้องตาย "แต่ว่าคุณเป็นเพียงแค่เลือดผสม" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
สเนปขัดจังหวะการสนทนาขึ้นมา "ความจริงแล้ว หากคุณศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนแล้วล่ะก็ คุณคงจะเข้าใจว่านั้นไม่ใช่ปัญหาอะไรในช่วงเวลาแห่งการมีพันธะ"
"แล้วถ้าหากความเจ็บปวดที่ผมรู้สึกนั้นจะช่วยอธิบายอะไรได้ล่ะก็" เดรโกพูดด้วยเสียงเกรี้ยวกราด " แฮร์รี่รู้สึกทรมานมากกว่า 10 ครั้งแล้ว อละเขาก็ทรมานมาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วด้วย เข้าใจไหม ตาแก่"
"เสียใจด้วยนะคุณมัลฟอย ถึงอย่างไรคุณก็ยังไปพบเขาไม่ได้จนกว่าจะตอบคำถามเสียก่อน"
เดรโกกัดฟันและขู่คำรามด้วยความกราดเกรี้ยว ฟันของเขานั้นเปลี่ยนเป็นเขี้ยวแหลมคม และกรงเล็บก็ปรากฏขึ้นมา "ให้ ผม ไป พบ เขา" เดรโกคำราม
..........................
แฮร์รี่ตื่นขึ้นมา และรู้สึกเหมือนศีรษะของเขาถูกผ่าครึ่งออกเป็นสองซีก เขาย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นอาเจียน เขารู้สึกอ่อนแรง และถ้าหากว่าน้ำผลไม้และแอปเปิ้ลวางอยู่บนโต๊ะ นั่นแสดงว่าเป็น ‘เวลาพักเบรกช่วงเช้า’ ของฮอกวอตส์ นั่นหมายถึงเป็นเวลา 11 โมง ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ก็แสดว่าเขานั้นแยกจากเดรโกประมาณ 10 ชั่วโมงแล้ว ดังนั้นเดรโกจึงต้องรีบมาหาเขา แล้วแฮร์รี่ก็รู้สึกเหมือนเขาจะหมดสติอีกครั้ง
แฮร์รี่ร้องครวญครางอย่างแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด พร้อมทั้งเรียก "เดรโก" เขารู้ว่าไม่มีทางที่เดรโกจะได้ยินแต่เขาก็ยังพยายาม แฮร์รี่รู้สึกหวาดกลัวและเปล่าเปลี่ยว รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่ออยู่เพียงลำพังภายในห้องเล็กๆ นี้ เขาหวังว่าอย่างน้อยยังคงอยู่ที่ฮอกวอตส์ ในขณะที่ยังพอรู้สึกตัวอยู่บ้าง เขาส่งสัญญาณออกไปให้คู่ครองของเขา เพื่อเรียกให้มาปกป้องเขา และช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความทรมานนี้
แฮร์รี่รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง เขาเหวี่ยงศีรษะไปด้านหลังและกรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่ดังกว่าครั้งอื่นๆ และเป็นระดับเสียงที่แหลม ก่อนที่เขาจะหมดสติไป เขารู้สึกว่าความเจ็บปวดนั้นได้บรรเทาลง เหลือเพียงความชาและกระตุกเป็นจังหวะเหมือนกับว่าเขาได้เชื่อมต่อกับอะไรบางอย่างซึ่งทำให้เขารู้สึกมีเรี่ยวแรงมากขึ้น
..........................
เสียงกรีดร้องนั้นก้องกังวาลไปทั่วโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ ในเวลา 11 โมงครึ่งของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ บรรดานักเรียนต่างก็กลับเข้าไปยังภายในห้องโถง พวกเขาชี้ไปทางนั้นที ทางโน้นที แต่ไม่มีใครเลยที่รู้ว่า เสียงนั้นมีต้นกำเนิดมาจากไหน แต่ทุกคนต่างรู้ว่าเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกแปรปรวน โดดเดี่ยว และหวาดกลัว ทุกๆ คนต่างก็สงสัยว่า ใครเป็นคนส่งเสียงเช่นนั้นออกมา
เสียงกรีดร้องนั้นดังเข้าไปถึงภายในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ ที่ซึ่งเดรโกนั้นปฏิเสธในความพยายามที่จะให้เขาดื่มสัจจะเซรุ่ม เมื่อ 30 วินาทีที่แล้ว หรือในเวลาราวๆนั้น เดรโกรู้สึกได้ว่าแฮร์รี่กำลังร้องเรียกหาบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขานั้นได้ก่อขึ้นตลอดสองวันครึ่ง แฮร์รี่กำลังร้องเรียกหาเขาเพื่อการปกป้องคุ้มครอง
"ถ้าหากคุณไม่พาผมไปพบเขาในตอนนี้ เขาจะตายในไม่ช้านี้" เดรโกพูด "นั่นคือเขา เขากำลังเจ็บปวด คุณเคยส่งใครไปดูแลเขาบ้างไหม"
อาจารย์ใหญ่ดูเหมือนละอายใจ "ความจริงแล้ว...ไม่... ก็ไม่เชิง"
"ดี ถ้าอย่างนั้นก็พาผมไปพบเขาสิ" เมื่อเดรโกเห็นอาจารย์ใหญ่จะอ้าปากเถียง เขาก็พูดขึ้นว่า "เดี๋ยวนี้!"
อาจารย์ใหญ่ถอนหายใจ เขาไม่ต้องการที่จะสูญเสียนักสู้ที่แข็งแรงที่สุดในตอนนี้ไป "เซเวอรัส คุณช่วยพาเขาไปที"
สิบนาทีหลังจากนั้น เดรโกก็เดินมาถึงประตูไม้โอ๊คซึ่งดูเรียบๆ แต่แข็งแรง และรอคอยด้วยความอดทนอย่างมากเพื่อให้ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเปิดประตู เมื่อประตูเปิดกว้างมากพอที่จะให้เขาเดินเข้าไปได้ เขาจึงเดินเข้าไป กลิ่นอาเจียนคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง และเขาก็พบว่าแฮร์รี่นั้นนอนแผ่อยู่บนพื้น
"แฮร์รี่" เดรโกพูดด้วยเสียงแผ่วเบาแล้วรีบวิ่งไปหาเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ซึ่งนอนคว่ำอยู่ เดรโกกวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์ของเขาพร้อมกับพูดว่า "สเกิร์จิฟาย" เพื่อกำจัดอาเจียนให้หมดไปจากห้อง แต่ว่าก็ยังคงมีกลิ่นจางๆ หลงเหลืออยู่ เดรโกกอดเด็กหนุ่มผมดำไว้แน่นและพูดถ้อยคำปลอบโยนเบาๆ ที่หูของแฮร์รี่ เดรโกสังเกตเห็นว่าปีกสีแดงซีดของแฮร์รี่นั้นกลับมาเป็นสีแดงเข้มเหมือนเดิมและหดกลับเข้าไป เขาจูบที่ขมับของแฮร์รี่ แฮร์รี่ลืมตาข้างหนึ่งของเขาขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับพูดด้วยเสียงแผ่วเบา
"เดรโก?"
"ใช่แล้ว ฉันเองแฮร์รี่" เดรโกพูดด้วยน้ำเสียงสุขุม "ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ ที่รัก ฉันจะไม่ปล่อยให้นายไปไกลจากฉันอีกต่อไป" แฮร์รี่กอดเอวเดรโก เด็กหนุ่มบ้านสลิธิรีน เด็กหนุ่มผมบลอนด์แห่งบ้านสลิธิรีนของเขา แล้วเขาก็เริ่มสะอื้น
"ฉันกลัวมากเลย เดรโก" เขาพูดแผ่วเบาที่ซอกคอของเดรโก
"ฉันรู้ ที่รัก แต่ว่าหลังจากนี้จะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว ฉันสัญญา" เดรโกพูดแล้วเลื่อนมือไปลูบเรือนผมสีดำซึ่งอยู่ใต้คางของเขา
-------------------------------------------------
นักเรียนหลายคนซึ่งอยู่ที่ห้องโถง ระหว่างชั้นสองและห้องพยาบาลต่างก็ประหลาดใจกับภาพที่ได้เห็นในวันนั้น แฮรืรี่ พอตเตอร์ ผู้ให้ความช่วยเหลือแก่โลกเวทมนตร์ ซึ่งหายตัวไปสามวันนั้น ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของ เดรโก มัลฟอย ผู้ซึ่งสาบานไว้วาจะเป็นศัตรูของเขาไปชั่วชีวิต
‘มันเกิดอะไรขึ้น’ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของหลายๆคน
ข่าวลือเกี่ยวกับเสียงกรีดร้องนั้นแพร่กระจายไปทั่วทั้งโรงเรียน และเข้าหูหน่วยพิสูจน์หลักฐาน แพนซี่ พาร์กินสัน, ลาเวนเดอร์ บราวน์, ปาราวตี พาทิล และ ฮันนาห์ แอบบอท ต่างก็ทำเพื่อธุรกิจนี้อย่างดีที่สุด งานนี้นั้นเกิดขึ้นหลังจากการการซุบซิบนินทา และสร้างเรื่องขึ้นหลังข่าวลือที่เกิดขึ้นมาในภายหลัง
เฮอร์ไมโอนี่และเด็กหนุ่มปีเจ็ดของบ้านกริฟฟินดอร์นั้นเป็นนักเรียนเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้น และต่างก็ไม่พูดออกไป แม้ว่าจะมีข้อเสนอเรื่องค่าตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับก็ตาม พวกเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจเป็นฝ่ายสนับสนุนทั้งสองคน แต่ว่าสำหรับรอนแล้ว ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไร เขาก็ยังไม่สามารถทำใจกับภาพที่เพื่อนรักของเขาตั้งท้องได้เลย มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากทำหรับเขา
ละครนั้นกำลังเริ่มขึ้นในรูปแบบของฮอกวอตส์
หลายวันต่อมา ก็ไม่มีใครเห็นตัวตนหรือแม้แต่เส้นผม ทั้งของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ราชาของเหล่าสิงโต หรือ เดรโก มัลฟอย มังกรในหมู่งู เลยสักคนเดียว
-------------------------------
TBC...
----------------------------------------------------------------------------
ไม่ได้อัพตั้งนานแน่ะ ไม่รู้จะมีคนจำได้หรือเปล่าน๊า
ยังไงก็ช่วยกันคอมเม้นต์ด้วยนะคะ