ไม่รู้จะเขียนอะไรดี เลยเอาเรื่องที่เจอมาวันนี้มาเล่าให้ฟัง

แต่ก่อนเล่า ขอตอบคอมเม้นต์ฟิกตอนที่แล้วก่อน

ตอบ ~Ayu_Ma'[Zou]~ : พอดีไม่มีเวลามาอัพจ้า ปั่นวิทยานิพนธ์

ตอบ Giwi : เคยเอาลงที่อื่นมาก่อนจ้า แซวได้ตามสบายเลย เพราะคงจะดองต่อไป อิอิ

ตอบ คาราดะ โทโบรุ : 38 ตอนจบจ้า

 **************

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า

วันนี้ขับรถพาแม่ไปหาหมอที่ร.พ.พุทธชินราช ที่ จ.พิษณุโลก

พอดีอยู่จ.กำแพงเพชร เลยไปตามทางสายพิจิตร

พอดีพอออกจากตัวเมืองมาแล้ว จะเป็นถนนที่รถวิ่งสวนกันเหมือนในเมือง แต่ต่างกันแค่มันไม่ใช่ต.ในเมือง

ขับออกจากตัวเมืองไม่ถึง 20 นาที เจอเรื่องน่ากลัวเข้าทันที

ขับรถอยู่ดีๆ ข้างทางก็มีรถสามล้อแดงอยู่ คันหน้าแซงไปแล้ว เราก็กำลังจะแซง

สามล้อแดงคันนั้นเค้าก็อยู่ไหล่ทางแหละ เลยไม่ได้แซงข้ามเลน

แต่แล้ว...

มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาจากถนนเข้าไปในหมู่บ้านในชนบท

หวังว่าคงนึกภาพของถนนได้อะนะ

ถนนลูกรัง แคบๆ อะไรแบบนั้น

แล้วรถมอเตอร์ไซค์คันนั้นอะ มาถึงถนนใหญ่ แล้วมันไม่หยุดรถ มันขึ้นมาเลย

พอมันขึ้นมา สามล้อแดงกเลยหักขึ้นขวา

แต่เพราะมันหนัก มันเลยเหมือนกับรถโดนชนจากข้างซ้าย เลยออกมาเต็มที่เลย

แล้วระยะห่างจากอัลติสของเราก็ไม่ถึง 5 เมตร

แล้วขับประมาณ 90 เบรคไม่ทัน

(จริงๆ ปกติจะขับ 120+ แต่ป๊ากับแม่นั่งไปด้วยเลยอด ไม่งั้นคงแซงไปนานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ถึงตรงนั้น)

ก็เลยต้องหักออกขวา รถมันก็ส่าย ของในรถก็ล้มกระจาย

(โดยเฉพาะข้าวคลุกกะปิที่แม่ซื้อมา มันผสมกับพริกไปเรียบร้อย) 

โชคดีที่ ฝั่งตรงข้ามไม่มีรถมาเร็วๆ แล้วรถคันที่ขับสวนมาตอนแรกเค้าจอดข้างทางไปแล้ว แต่ก็อยู่ตรงนั้น

แล้วรถคันที่ตามมาข้างหลังก็อยู่ห่างไปเยอะ

แต่ก็ทำให้กลัวไปสักพัก เพราะว่าระยะห่างตอนหักหลบจากสามล้อแดง

เดาเอาว่า ถ้าหักมาทางขวาน้อยกว่านั้น ด้านซ้ายของรถต้องเป็นรอยแน่ๆ สีถลอกด้วย

ตอนที่เห็นมอเตอร์ไซค์ออกมาจากซอยนั้น มันมีต้นอ้อย มั้ง ไม่ก็หญ้า บังอยู่

มันก็เลยสังเกตยาก เพราะต้นมันสูง แล้วปลูกเป็นทางเข้าไปตามถนนเลย

โดนแม่บ่นอย่างแรงว่า ขับรถอะไรแบบนั้น

ก็ แม่นั่งเบาะหลัง แล้วแม่สับมะม่วงอยู่ ไม่ได้มองทาง

ป๊าก็บ่นอีก ว่าขับรถไม่มองทาง มองแต่ขวา ไม่มองซ้าย

เพราะตอนนี้เรากับแม่มีเรื่องกับป๊า แล้วก็งง ป๊าจะไปด้วยทำไม

เพราะเมื่อวานก่อนนอน แม่บอกว่า ไม่ให้ป๊าไปด้วย ไปก็บ่น หลับ ไม่ช่วยดูทาง

มันก็จริง ป๊านั่งหลับเกือบตลอดทาง รวมทั้งตอนที่รถเกือบชนกับสามล้อแดงด้วย

 

พอเลยจากสามล้อแดง เจอเรื่องน่าเบื่อ รู้สึกมันทุเรศอะ

ตรงนั้นมันหน้าโรงเรียน ถ้าจำไม่ผิด น่าจะชื่อโรงเรียนบ้านทุ่งมหาชัย มั้ง ไม่ก็โรงเรียนอีกที่นึง จำไม่ได้

ถ้าขับมาจากทางตัวเมือง จะอยู่ก่อนถึงโรงเรียนไทรงาม จำได้แค่นี้ เลยคิดว่าน่าจะเป็นที่แรก

เพราะว่าใกล้โรงรียนไทรงามที่สุด แต่ก็ห่างจากตัวเมืองมากกว่าโรงเรียนที่สอง

ก็เลยไม่แน่ใจว่าโรงเรียนไหน

เรื่องมีอยู่ว่า แทนที่จะตั้งกรวยตามเส้นปะแบ่งเลน กลับตั้งคู่กัน

แล้วแบบว่า ทางมันก็แคบด้วยอะ ตรงช่วงนั้น

แล้วข้างทางด้านซ้าย มีรถมอเตอร์ไซค์คันนึงกับรถโรงเรียนจอดอยู่

รถโรงเรียนเนี่ย เป็นรถกระบะรับส่งนักเรียน จอดเลยเส้นข้างขึ้นมานอดนึง แล้วก็ต้องขับหลบกรวยอีก

แต่ว่าเบรคตั้งแต่เห็นรถจอดข้างทาง ตอนนั้นมีรถสวนทางมาด้วย

รถบรรทุกคันใหญ่ ไม่แน่ก็รถพ่วง แล้วไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงเส้นแบ่งเลนด้วย

ตรงนั้นก็แอบน่ากลัว เพราะตอนที่ขับผ่านไป เด็กคนที่นั่งมอเตอร์ไซค์มาพยายามจะข้ามถนนด้วย

ผ่านจากตรงนั้นมา ก็ไม่มีอะไรมากมาย พอถึงทางแยกที่ถนนเป็นถนนคู่ขนานก็ขับเร็วเลย

ไปถึงโรงพยาบาลก็เก้าโมง ไม่รู้ว่าทำไมแม่รีบมา เพราะหมอนัด 11 โมง

แต่ก็นึกได้ว่า ขนาดคราวที่แล้ว มาถึงตอน 10 โมง ได้ตรวจเที่ยงกว่าๆ

ตอนนั้นได้บัตรคิวที่ 30 กว่าๆ แต่ว่าเค้าเรียกถึงเกือบ 20 แล้ว

แต่คุณพยาบาลหน้าห้องตรวจก็เรียกสลับกันระหว่างคนไข้นัด คนไข้ไม่ได้นัด แล้วก็คนใช้บัตรทอง

มันก็เลยช้ากว่าเดิม เพราะหมอที่ตรวจ เข้าเวรคนเดียว อีกคนไปผ่าตัดกระดูกตั้งแต่ตอนเช้า

วันนี้แม่ต้องไปเอกซเรย์ก่อน เลยรีบไปตอนเช้า ไปเอาบัตรคิวตรวจแล้วไปเอกซเรย์นิ้วมือ

หมอนัดผ่าตัดวันนี้ แล้วก็ต้องนั่งรอแม่ในวัดเหมือนเดิม

พอสิบโมงกว่าๆ เริ่มเบื่อ เลยไปขอเงินแม่ ไปแมโครกับป๊า เดินเล่นฆ่าเวลา

จริงๆ อยากไปขับรถเล่นคนเดียว เพราะวันนี้อากาศร้อน ลมก็ไม่ค่อยพัด นั่งรอที่วัดก็น่าเบื่อ

พอไปขอเงินแม่ ก็ไปเดินซื้อของทันที ไม่สนใจที่แม่บอกว่าให้เดินดูของอย่างเดียว

ซื้อของมาเต็มที่เลย หมดไปเกือบ 2 พัน ขอแม่มาได้ 500 นอกนั้นป๊าจ่าย แล้วก็ไปเอาคืนที่แม่

พอกำลังจะกลับจากแมโคร ประมาณเที่ยงกว่าๆ แม่ก็โทรมา

แม่บอกบอกว่าผ่าตัดบ่าย 2 ให้ไปรอหน้าห้องผ่าตัดตอนใกล้ๆ เวลา

ตอนบ่ายกว่าๆ ก็ขึ้นไปหาแม่ ล้างมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื่อ กับใส่หน้ากากอีกครั้ง

เค้าส่งตัวลงไปห้องผ่าตัดเล็กตอนบ่าย 2 แต่คิวผ่าตัดต้องรออีกครึ่งชั่วโมง เลยเล่นเกมรอ

พอถึงเวลาแม่เข้าห้องผ่าตัด มีคนไข้โดนมีดฟันมาเย็บแผล

ก็ไม่เห็นว่าโดนตรงไหน เพราะไม่มีรอยเลือดออก แต่ได้ยินตอนพยาบาลถามว่าโดนฟันตรงไหน

แม่ออกมาตอนบ่าย 3 รอจ่ายเงินแล้วก็เอายาถึงเกือบๆ 4 โมง

แล้วก็ก่อนจะกลับ แม่ก็บอกให้แวะแมโครอีก คราวนี้หมดเงินไปมากกว่าเดิม

ซื้อผัก ผลไม้ รองเท้า นมกล่อง และอะไรอีกมากมาย

พอออกมาจากแมโคร ก็ดูเวลา ก็5 โมงแล้ว

พอขับรถมาสักพัก แม่ก็เล่าว่า

ตอนที่รอยาชาออกฤทธิ์ หมอคนที่ผ่าตัดแม่ เค้าไปเย็บแผลคนที่โดนฟัน

พอกลับมา ตอนเค้าผ่าตัดแม่ หมอก็เล่าว่า คนที่โดนฟันมา แทนที่จะถามว่า

"หมอ อีกนานมั้ยกว่าแผลจะหาย"

แต่กลับถามว่า

"หมอ เย็บรอยสักมังกรตรงที่โดนฟันมา ให้ส่วนหัวกับคอมันตรงกันเหมือนเดิมได้มั้ย"

แอบฮาเลย

ตอนแรกคิดว่าเค้าน่าจะกลัว เพราะตอนที่เค้านั่งรถเข็นมาหน้าห้องผ่าตัดเห็นเหมือนว่าจะเจ็บมาก

แล้วก็ขับรถมาเรื่อยๆ ป๊าหลับอีก แม่ก็กลับ ตื่นคนเดียว ก็เลยว่าจะเปิดเพลง

แต่พอจะเปิด ป๊าตื่น สุดท้าย อดฟังเพลงตลอดทาง เพราะ ป๊าไปด้วย เปิดเพลงก็โดนบ่นว่า

เปิดทำไม เพลงอะไรก็ไม่รู้ ฟังก็ไม่รู้เรื่อง หนวกหู

ด้วยความที่ไม่อยากฟังเสียงบ่น เลยขับรถไปแบบเงียบๆ

พอถึงบ้าน 6 โมงครึ่ง เหนื่อยมาก อยากอาบน้ำแล้วนอนเลย แต่ แม่ผ้าตัด มือขวาเจ็บ เลยต้องไปยกของกับป๊า

ป๊าก็เอาแต่ของตัวเอง ที่เหลือเลยต้องจัดการคนเดียว

เหนื่อยมากๆ อยากนอนเลย แต่แม่บอกให้ไปทำกับข้าว ก็เลยต้องลงไปที่ครัวหลังบ้าน เพราะแม่มือเจ็บ

แต่แทนที่จะทำอย่างเดียว กลายเป็น 3 อย่าง แล้วก็ต้องต้มข้าวโพดอีก 10 ฝัก

เดินไปเดินมาหลายรอบตั้งแต่เริ่มทำกับข้าว เลยเริ่มงง

แล้วตอนต้มข้าวโพด แม่ไม่ให้ใช้เตาแก๊ส เลยต้องไปก่อไฟเตาถ่าน

ถ้าปิ้งบาร์บีคิวจะไม่บ่นเลย เพราะอยากกิน

กว่าจะก่อไฟเตาถ่านได้ ก็15 นาที เพราะว่าถ่านชื้น แต่ถึงไม่ชื้น ก็ติดยาก เพราะก่อไฟไม่ค่อยจะติดอยู่แล้ว

กว่าจะได้ขึ้นมาข้างบนก็จะ 3 ทุ่ม ตอนแรกว่าจะอาบน้ำแล้วนอนเลย

แต่ว่ากินน้ำเต้าหู้จืดๆ กับขนมปังหวานๆ ไปชิ้นนึง หายเหนื่อยเลย ก็เลยมานั่งเล่นคอม

แล้วก็มาเล่าเรื่องไร้สาระ อิอิ

ง่วงแล้ว ไปนอนดีกว่า

Title: Hybrid Destiny : Chapter 13

Author: hpnewbie

Translator: dorahari

Category: Romance, Fantasy

Pairing: Draco/Harry (main) and Severus/Lucius/Remus

Rating: NC-17

Spoilers: not spoiled

Disclaimer: I dont own Harry Potter these characters; I just tweak them.

Warnings: Death, OOC, lemon, violence, yaoi/slash, adult language, smut, slash, anal, oral, voyeurism and m-preg

Summary: Harry comes into an unexpected inheritance on his 17th birthday causing new revelations about family. Former enemies become friends or closer.

Translator notes: ข้าน้อยไปขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนจะแปลแล้วนะคะ และก็ขอเตือนหน่อยนึง ถ้าใครอ่านไม่ได้ก็อย่าเข้ามาอ่านเลย เดี๋ยวจะเสียอารมณ์ไปหมดซะก่อน

>>>>> Hybrid Destiny <<<<<< ต้นฉบับฮะ

********************************************


Chapter 13

เมื่อแฮร์รี่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ เขารู้สึกอบอุ่นและสบายใจ ตั้งแต่เขาจำความได้ เขาไม่เคยรู้สึกสบายใจเช่นนี้ในช่วงเวลาที่ตื่นมาก่อนเลย เขาไม่ได้เอะใจว่าอะไรที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้จนกระทั่งเขาจะลุกออกจากเตียงแต่มีแขนแกร่งคู่หนึ่งโอบกอดเขาอยู่แน่น และดึงเขาเข้าไปหาตัวผู้กอดมากขึ้น เขาลังเลใจอยู่ชั่วขณะหนึ่งว่าเขาจะหันไปดูว่าใครเป็นคนที่กอดเขาอยู่ดีไหม และเมื่อหันไป แฮร์รี่ก็พบว่าตนเองนั้นกำลังมองดวงตาสีเทาซึ่งดูงัวเงียอยู่ "อ๊ะ เดรโก นายมาทำอะไรที่นี่" แฮร์รี่ถามด้วยความไม่แน่ใจ

เดรโกยิ้ม เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ก่อนจะพูดว่า "ทำไมน่ะหรือ แฮร์รี่ เมื่อคืนนี้นายเองนะที่เป็นฝ่ายที่ไม่ยอมให้ฉันจากไป ฉันไม่มีทางเลือกก็เลยนอนบนเตียงนี้กับนาย"

"นายหมายความว่ายังไงที่นายบอกว่าฉันไม่ยอมให้นายไปน่ะ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย" แฮร์รี่พูด

"ฉันมาดูเพื่อให้แน่ใจว่านายจะนอนบนเตียงแล้วก็พานายมาที่เตียง นายหลับทันทีที่หัวถึงหมอน แต่พอฉันจะจากไป มือของนายก็กำเสื้อคลุมและผมของฉันไว้แน่น ฉันไม่มีทางเลือกอื่นถ้าหากฉันยังอยากจะให้ผมของฉันนั้นอยู่ในสภาพเดิม ฉันก็เลยนอนอยู่กับนาย แล้วไม่ใช่เพียงแค่นั้น พอฉันนอนลงบนเตียงแล้ว นายก็ใช้ฉันเป็นหมอนของนายโดยทันที" เดรโกพูด แล้วเขาก็ทำท่าทางเดียวกับที่แฮร์รี่ทำเมื่อคืนนี้ เขาเหวี่ยงแขนและขาทับตัวแฮร์รี่ไว้แล้วซุกหน้าลงบนไหล่ของแฮร์รี่ "เห็นหรือยังล่ะ ทีนี้คงเข้าใจแล้วสินะว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น"

แฮร์รี่หน้าแดงขึ้นมาในทันที เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาทำให้เดรโกต้องจำใจต้องนอนกับเขา "ในเมื่อนายอธิบายเสร็จแล้ว นายจะปล่อยให้ฉันลุกไปอาบน้ำได้หรือยังล่ะ" แฮร์รี่พูดในขณะที่พยายามขยับไปยังขอบเตียงเพื่อจะลุกออกไป

เดรโกกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอยู่หนึ่งนาทีก่อนที่จะปล่อยแฮร์รี่ ลุกขึ้นจากเตียง แล้วบิดขี้เกียจอีกครั้งหนึ่ง ส่วนแฮร์รี่นั้นตรงไปยังห้องอาบน้ำในทันที เดรโกส่ายหัวด้วยความสำราญใจก่อนที่รอยยิ้มชั่วร้ายจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาเดินตรงไปยังห้องอาบน้ำและถอดเสื้อผ้าออก แฮร์รี่ไม่ได้รู้สึกในทันทีว่าการอาบน้ำของเขานั้นถูกรบกวนจนกระทั่งเดรโกแตะไหล่ของเขาและถามหาแชมพู แฮร์รี่ก้าวถอยหลังด้วยความตกใจแล้วเขาก็ลื่นไถลเพราะพื้นที่เปื้อนสบู่ เขาคงจะหัวแตกอย่างแน่นอนถ้าหากเดรโกไม่คว้าตัวเขาเอาไว้ แต่โชคร้ายที่เดรโกดึงเขาแรงเกินไปและแฮร์รี่ก็ชนเข้ากับเขา ทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปนอนอยู่บนพื้น

เดรโกลงไปนอนกับพื้นโดยที่แฮร์รี่นอนทับอยู่บนตัวเขา ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร แฮรืรี่ก็ลุกขึ้นนั่งคร่อมสะโพกของเขา เมื่อพิจารณาดูแล้ว พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เปลือยเปล่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉลาดเลยในสิ่งที่แฮร์รี่ได้ทำ เดรโกส่งเสียงครางต่ำๆ เมื่ออวัยวะเพศของเขานั้นถูกเสียดสีและแฮร์รี่ก็คิดไปเองว่าเดรโกได้รับบาดเจ็บตรงไหนสักแห่ง แฮร์รี่ก้มลงมองใบหน้าของเดรโก นั่นทำให้สะโพกของเขาขยับและเดรโกก็ครางอีกครั้งหนึ่ง

"เดรโก นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม นายเจ็บตรงไหนหรือ ฉันขอโทษ" แฮร์รี่ถามอย่างกระวนกระวาย

"แฮร์รี่ นายควรจะคิดให้ดีๆ ก่อนจะขยับนะ นายอาจจะไม่ได้สังเกตว่านายนั่งคร่อมสะโพกของฉันอยู่ แถมยัง[b]เปลือย[/b]อีก ไม่ใช่ว่าฉันไม่พอใจกับภาพที่เห็นหรือที่ต้องอยู่ในสภาพนี้หรอกนะ แต่ถ้าหากนายไม่ลุกออกไปนายจะได้รับการลงโทษจากความไม่ได้ตั้งใจของนาย" เดรโกพูดพร้อมกับขยับสะโพกเข้าหาแฮร์รี่เล็กน้อย แฮร์รี่ร้องครางออกมาเบาๆ แล้วหน้าแดงด้วยความเขินอายก่อนที่จะลุกออกจากตักของเดรโก เขารีบล้างตัวก่อนที่จะออกไปจากห้องอาบน้ำ เมื่อเดรโกอาบน้ำเสร็จแฮร์รี่ก็แต่งตัวเสร็จแล้วและนั่งอยู่ที่ขอบเตียง

เมื่อเห็นเดรโกมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่รอบสะโพก มันทำให้แฮร์รี่ตะลึง เขาไม่เคยเห็นใครที่มีสภาพผิวที่ดีจนไร้ที่ติมากขนาดนี้มาก่อนและเขาก็อยากจะเลียหยดน้ำที่เกาะบนตัวเพื่อลิ้มรสชาติของเดรโกว่าเป็นอย่างไร เขาเงยหน้าขึ้นไปและเห็นเดรโกจ้องมองเขาด้วยสายตาเหมือนหมาป่าผู้หิวกระหาย เขาลุกขึ้นเพื่อจะเดินลงไปข้างล่างแต่เดรโกก็คว้าแขนของเขาเอาไว้เมื่อตัวเขานั้นกำลังจะไป เดรโกดึงตัวแฮร์รี่เข้าไปใกล้และโน้มตัวลงมาจูบแฮร์รี่ จูบนั้นเริ่มลึกขึ้นและเดรโกกระชับอ้อมกอดรอบแฮร์รี่แน่นขึ้น แฮร์รี่ยกขกขึ้นมาพันรอบเอวของเดรโกทำให้ผ้าเช็ดตัวนั้นร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้น ส่วนแขนของเขานั้นโอบรอบคอของเดรโกไว้แน่น เดรโกเลื่อนมือไปลูบไล้รอยสักซึ่งนุ่มเหมือนปีกบนแผ่นหลังของแฮร์รี่และปีกของแฮร์รี่ก็ปรากฎขึ้นมา เดรโกเลื่อนมือมาโอบที่สะโพกของเอลฟ์ของเขาแทนแล้วขยับสะโพกเข้าหาเขา เอลฟ์ตัวน้อยผละจากการจูบแล้วเหวี่ยงศีรษะไปด้านหลังและร้องครางออกมา เดรโกใช้ลิ้นของเขาเลียใบหูของแฮร์รี่ทำให้เสียงครางดังมากกว่าเดิม เสียงครางนั้นทำให้เขาขยับสะโพกเข้าหาแฮร์รี่เร็วกว่าเดิม หลังจากนั้นไม่นานแฮร์รี่ก็กระตุกเกร็งแล้วครางพร้อมๆกับที่ปลดปล่อยออกมา จากนั้นเดรโกก็ปลดปล่อยออกมาเช่นกัน

แฮร์รี่ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงที่ตัวของเดรโก เขาซุกหน้าลงที่ซอกคอของเดรโกแล้วหายใจหอบและถี่ เขารู้สึกเหมือนว่าห้องนั้นมืดกว่าปกติเขาจึงเงยหน้าขึ้นเพื่อหาว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้คืออะไร สิ่งที่เขาเห็นนั้นคือปีกของเขาโอบรอบเขาและเดรโกอยู่ในลักษณะที่เหมือนรังไหม เขาคลายปีกก่อนที่จะปล่อยขาของเขาออกมาจากเอวของเดรโกแล้วยืนพิงเดรโกอย่างอ่อนแรง

"พระเจ้า นายสวยมากเลยแฮร์รี่" เดรโกพูดในขณะที่เขาพยายามหายใจอย่างปกติ เขารู้สึกประหลาดใจที่เขายังมีแรงยืนอยู่หลังจากเรื่องนั้นเกิดขึ้น "นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นปีกของนาย ฉันชอบมันมากเลย มันเข้ากับความสวยของนายได้โดยไม่มีที่ติ"

แฮร์รี่ยิ้มกว้างแล้วก้าวถอยออกมา "ฉันว่าพวกเรางต้องทำความสะอาดกันอีกรอบแล้วล่ะ" เขาพูดแล้วร่ายคาถาทำความสะอาดก่อนที่จะเก็บปีกของเขา เขาเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่เพราะปีกเขาเขาทำมันฉีกขาดรุ่งริ่ง แฮร์รี่หยิบเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งของเขาให้เดรโกเพื่อให้เดรโกเปลี่ยนให้เป็นขนาดที่พอดีกับตัวแล้วเขาก็เดินไปยังประตู

"นายจะไปไหนน่ะ" เดรโกถามขณะที่กำลังมองหาชุดที่ถูกใจ

"ฉันจะไปรอที่ข้างล่างนะ เร็วๆเข้าล่ะเพราะฉันหิวจะตายอยู่แล้ว" เขาพูดแล้วเดินลงไปยังห้องนั่งเล่นรวม

เดรโกหาชุดที่เข้าคู่กันได้อย่างรวดเร็วแล้วร่ายคาถาให้ขนาดพอดีกับตัวเขาก่อนที่จะรีบลงไปหาแฮร์รี่ที่รออยู่ เมื่อพวกเขาลงไปยังห้องโถงใหญ่ พวกเขาก็เห็นว่ามีเพียงเซเวอรัสคนเดียวเท่านั้นที่หายไป เดรโกเข้าไปทักทายพ่อของเขาโดยทันทีพร้อมกับดึงแฮร์รี่ที่มีท่าทีไม่ค่อยเต็มใจนักไปกับเขาด้วย แฮร์รี่ยังไม่คุ้นเคยกับมัลฟอยผู้พ่อเท่าไรนัก

"อรุณสวัสดิ์ครับ พ่อเป็นอย่างไรบ้าง" เดรโกพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

"อรุณสวัสดิ์เดรโก เมื่อคืนหายไปไหนมาล่ะ" เขาตอบกลับ

"แฮร์รี่ไม่ยอมให้ผมทิ้งให้เขาอยู่คนเดียว เขาบังคับผมต้องนอนกับเขาน่ะครับ" เดรโกพูดแล้วยิ้มกว้าง

แฮร์รี่ซึ่งหน้าแดงเพราะเขินอายนั้นตีหัวเดรโกเบาๆ

"เดรโก นายก็รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย นายพยายามทำให้มันดูแย่กว่าที่เป็นนะ"

"แล้วแฮร์รี่ทำอย่างไรเราถึงต้องไปนอนกับเขาล่ะ" ลูเซียสถาม

"คือว่า เมื่อคืนนี้ผมไปหาแฮร์รี่ แล้วพอผมช่วยพาเขากลับไปยังเตียงนอนของเขา เขาก็กุมมของผมเอาไว้แน่นพอๆ กับที่เขากุมเสื้อคลุมของผม ผมไม่คิดหรอกว่ามันจะน่าสนุกถ้าหากต้องกลายเป็นคนหัวล้านผมก็เลยขึ้นไปนอนบนเตียงกับเขา จากนั้นเขาก็เข้ามาเกาะติดกับผมเหมือนหอยทากแล้วใช้ผมเป็นหมอนส่วนตัวของเขา" เดรโกพูดออกไปเกินความเป็นจริง
แฮร์รี่นั่งลงบนเก้าอี้แล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือ "ฉันจะแก้แค้นนายให้ได้เลย มัลฟอย" เขาพูดพึมพัม

"มันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลยนะแฮร์รี่ แล้วฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนายสักหน่อย แล้วนายก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นนายทำอะไรลงไป" เดรโกพูดแล้วลูบหลังแฮร์รี่เพื่อปลอบโยน

"นายอย่ามาทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลย มัลฟอย ใช่สิ ก็ตอนนั้นฉันเพลียจนแทบจะหลับแล้วนี่ฉันก็เลยจำไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่สนแล้ว ฉันขอกินก่อนล่ะ" แฮร์รี่พูดพร้อมทั้งพยายามไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่มองมายังเขา เขาตักอาหารใส่จานแล้วลงมือกินทันที เขากินต่อไปโดยไม่สนใจทุกๆ คนที่อยู่รอบกายเขา เขาไม่ทำแม้กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาจากจานของเขาจนกระทั่งเขากินหมดจานแล้ว เขามองไปยังรีมัสแล้วพูดขึ้นว่า "ผมจะไปรอที่ห้องต้องประสงค์นะฮะ คุณคงจะตามผมไปในไม่ช้าใช่ไหมฮะ" เมื่อเห็นรีมัสพยักหน้าตอบแฮรืรี่จึงเดินไปยังประตู เดรโกถอนหายใจ เขาผละจากจานอาหารที่อยู่ตรงหน้าแล้วตามแฮร์รี่ออกไป

แฮร์รี่และเดรโกเดินไปยังห้องต้องประสงค์อย่างเงียบๆ แฮร์รี่เดินเข้าไปใกล้ๆ ตัวห้องแล้วนึกดูว่าเขาอยากจะให้มีอะไรอยู่ภายในห้องนั้นบ้าง เมื่อประตูปรากฏขึ้นมา พวกเขาก็เดินเข้าไปภายในสถานที่ฝึกขนาดใหญ่ซึ่งมีรูปแบบเหมือนกับที่ใช้เรียนในวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด หลังจากนั้นไม่นาน รีมัสก็มาถึงโดยมีลูเซียสเดินตามมาติดๆ

"พวกเราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีฮะ จันทร์เจ้า" แฮร์รี่ถาม

"เริ่มจากประตูเชื่อมมิติก่อนดีไหม เพราะในตอนนี้พวกเรามีอาสาสมัครที่ยอมมาเป็นหนูทดลองให้ถึงที่ตั้ง2คน" รีมัสพูด

"อะไรนะ!!!" สองพ่อลูกตระกูลมัลฟอยตะโกนออกมาพร้อมกัน ทำเอาทั้งแฮร์รี่และรีมัสหลุดหัวเราะออกมา

"ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ เอาล่ะ พวกเราจะให้พวกเขาช่วยในการฝึกอย่างไรดี" รีมัสพูด "เอาล่ะแฮร์รี่ ลองเปิดประตูเพื่อไปยังห้องโถงใหญ่ดูหน่อยสิ"

แฮร์รี่รวบรวมสมาธิก่อนจะเพ่งไปยังห้องโถงใหญ่แต่ประตูก็ไม่ปรากฎขึ้น เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่เขาทำไม่ได้แล้วลองทำอีกครั้งโดยตั้งใจมากกว่าเดิมแต่ก็ไม่ได้ผล "บางทีประตูนั้นอาจะปรากฎขึ้นในเวลาฉุกเฉินหรืออะไรทำนองนั้นมั้งฮะ"

ลูเซียสตั้งใจไว้ว่าจะทำให้ประตูเปิดขึ้นให้ได้เขาจึงดึงไม้กายสิทธิ์ออกมา เขาร่ายคาถาใส่รีมัสซึ่งแทบจะหลบไม่ทัน แล้วชี้ไม้กายสิทธิ์ไปยังแฮร์รี่ เขาร่ายคาถาอีกครั้งหนึ่งและคาถาก็พุ่งตรงไปยังแฮร์รี่ทันที แล้วประตูก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าแฮร์รี่และคาถาก็ทะลุผ่านประตูนั้นไป รีมัสเห็นว่าประตูบานนั้นยังคงเปิดอยู่เขาจึงบอกให้เดรโกเดินเข้าไป เดรโกส่ายหน้าเพราะความหวาดกลัวแต่ลูเซียสก็คว้าแขนของเขาแล้วผลักให้เขาเดินเข้าไป เดรโกหลับตาและเดินก้าวออกไปจากประตูนั้น เขาลืมตาอย่างช้าๆเพื่อดูว่าตอนนี้ตัวเขานั้นอยู่ที่ไหน แต่เขาก็พบว่าเขากำลังจ้องหน้าของมิเนอร์ว่าซึ่งยืนตัวแข็งเหมือนหินอยู่

"เกิดอะไรขึ้นกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลหรือครับ" เดรโกถาม

"พอประตูนั้นปรากฏขึ้น คาถาเพ็ตตริฟิคัส โททาลัส (คาถาเสกทำให้ตัวเเข็ง) ก็พุ่งออกมาใส่มิเนอร์ว่า" ป๊อปปี้พูด

"อย่างนั้นหรือครับ แสดงว่ามันก็ได้ผลสินะครับ" เดรโกพูด "ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ผมต้องไปรายงานผลการทดสอบ"
เมื่อเขากลับไปยังห้องต้องประสงค์แล้วเขาก็จ้องเขม็งไปยังพ่อของเขาทันทีก่อนที่จะหันไปหารีมัส

"ประตูนั้นเชื่อมไปยังห้องโถงกลาง และคาถาเพ็ตตริฟิคัส โททาลัส ที่พ่อร่ายไปที่แฮร์รี่ก็ทะลุไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ก็มีศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่ตัวแข็ง" เดรโกรายงาน

"คาถาสามารถส่งทะลุผ่านประตูได้อย่างนั้นหรือ" รีมัสถาม

"ครับ ป๊อปปี้บอกว่าพอประตูเปิดขึ้นคาถาก็ออกไปด้วย" เดรโกพูด

"ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็สามารถใช้มันทำอะไรบางอย่างเพื่อความได้เปรียบ" รีมัสพูด

"นั่นหมายความว่า มันจะใช้ได้เมื่อผมศึกษาวิธีควบคุมได้อย่างถูกต้องแล้วสินะฮะ" แฮร์รี่พูด

"เอาล่ะ แฮร์รี่ ลองพยายามดูอีกครั้งนะ แต่จุดหมายจะเป็นที่อื่น ไหนลองเปิดประตูเชื่อมมิติไปที่สนามควิดดิชดูสิ" รีมัสพูด
แฮร์รี่หลับตาลง เขาเพ่งไปยังสนามควิดดิช ในคราวนี้เขาใช้ความรู้สึกผูกพันธ์กับสนามควิดดิชมาใช้ ความรู้สึกเมื่อเขาได้บินอยู่บนท้องฟ้าแล้วมองลงไปข้างล่าง ความรักในการบินและต้องการไปยังที่นั่นในทันที ในขณะที่เขากำลังใจจดใจจ่อกับความคิดเหล่านั้น ประตูบานใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา คราวนี้รีมัสบอกให้ลูเซียสเป็นคนเข้าไปในประตูนั้น แฮร์รี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเขาเห็นลูเซียสเดินเข้ามาใกล้เขาเขาจึงค่อยๆ เดินถอยหลังด้วยความหวาดกลัวทำให้เขาหลุดเข้าไปในประตูนั้น ลูเซียสดึงแขนของแฮร์รี่ไว้แต่แรงดึงดูดของประตูก็ทำให้ทั้งคู่หลุดเข้าไปในนั้นและโผล่ไปยังสนามควิดดิช แฮร์รี่รีบลุกขึ้นยืนแล้วถอยออกห่างจากมัลฟอยผู้พ่อ ลูเซียสลุกขึ้นแล้วหันไปหาแฮร์รี่

"เธอกลัวฉันอย่างนั้นหรือ" เขาถาม

"ก็ไม่เชิงหรอกฮะ ผมเพียงแค่ยังไม่แน่ใจว่าผมจะเชื่อคุณได้มากแค่ไหน ในอดีต พวกเราก็เคยพบกันมาแล้ว และคุณก็พยายามจะฆ่าผม ก็เท่านั้นเอง" แฮร์รี่พูดแก้ตัว

"ลืมเรื่องนั้นไปเสียเถอะนะ ตอนนี้พวกเราก็อยู่ฝ่ายเดียวกันแล้ว ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก" ลูเซียสพูด "พวกเราควรสงบศึกกันไว้เสียดีกว่า ถ้าเธอยังกลัวทุกๆ ครั้งที่ฉันอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ พวกเราก็คงทดสอบอะไรด้วยกันไม่ได้"

"ผมจะลองพยายามดูแล้วกันนะฮะ แต่จะให้ผมลืมเรื่องนั้นไปคงไม่ง่ายเลย ผมขอขอบคุณนะฮะที่คุณช่วยเหลือผมตลอดมา ผมจะพยายามทำอย่างที่คุณบอกให้ได้นะฮะ แต่ขอเวลาสักหน่อยนะฮะ" แฮร์รี่พูด

"ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่ฉันอยากจะถามเธอ ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะกลับกันได้แล้วล่ะนะ" ลูเซียสพูดแล้วเดินไปยังตัวปราสาท

หลังจากการเผชิญหน้ากันแล้ว การฝึกก็ผ่านพ้นไปโดยเกิดความผิดพลาดขึ้นเพียงเล็กน้อย แฮร์รี่ประสบความสำเร็จในการสร้างประตูไปยังกระท่อมของแฮกริด ทางเข้าห้องโถง รวมทั้งห้องทำงานของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ นอกจากนี้เขายังสร้างประตูเชื่อมไปยังธนาคารกริงกรอตต์ ร้านหม้อใหญ่รั่ว และร้านซองโก้ในฮอกส์มี้ดอีกด้วย ลูเซียสและรีมัสเป็นคนที่เดินข้ามประตูไปยังสามที่หลังเพราะพวกเขาสามารถปรากฏตัวในที่เหล่านั้นได้โดยไม่ต้องกังวล ส่วนแฮร์รี่กับเดรโกนั้นไปในสามที่แรกเพราะสามที่นั้นอยู่ในเขตโรงเรียนซึ่งปลอดภัยกว่าสำหรับนักเรียนอย่างพวกเขา

เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน การฝึกก็ถูกหยุดไว้ชั่วคราว ทั้งสี่คนเลือกที่จะทานมื้อเที่ยงกันที่ห้องต้องประสงค์มากกว่าจะไปที่ห้องโถงใหญ่หลังจากทานกันจนอิ่มแล้ว รีมัสก็ถามขึ้น

"แฮร์รี่ เธอควบคุมธาตุในธรรมชาติอะไรได้บ้างหรือยัง อ้อ แล้วเธอเคยฝึกการใช้คาถาอำพรางของเฟบ้างหรือเปล่า"

"คาถาอำพรางของเฟหรอฮะ นั่นเป็นคาถาขั้นสูงที่มีอำนาจมากจนไม่มีใครมองทะลุผ่านไปไม่ใช่หรือฮะ" แฮร์รี่ถาม

"มีเพียงคู่ครองของเฟเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ รอยสักที่หลังของเธอนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการพรางตาโดยธรรมชาติของเฟ" รีมัสพูด "เธอจำได้ไหมว่าในหมู่พวกเราไม่มีใครเลยที่จะรู้สึกว่ามันเป็นปีกขนนก ที่พวกเรารู้สึกแค่ว่าเป็นผิวหนังธรรมดาก็เพราะการอำพราง" เขาพูดต่อแล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าคนที่รู้สึกว่าเป็นปีกขนนกนั้นก็นั่งอยู่ในห้องด้วยเช่นกัน

------------------------------...TBC...------------------------------------

โชคดี

ก็ไม่มีอะไรมากมาย แค่ได้เงินนิดๆ หน่อยๆ จากสลากกินแบ่งรัฐบาล พูดง่ายๆ ก็ถูกหวยแหละ

ไม่ได้ไปขึ้นเงินเองหรอก เพราะว่าตัวสลากอยู่บ้าน แม่เลยไปขึ้นเงินให้

เ งินก็ไปอยู่ที่แม่หมดเลย ก็ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าไปขึ้นเงินเอง เงินคงหมดในไม่กี่วัน

โ ชคร้าย

ปวดหลังอะ ตรงหลังส่วนล่าง หรือ ง่ายๆ ก็แถวๆ สะโพก

ต้องทำ MRI เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร ทำไมมันปวดยาวนานเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่หาย

แ พงก็จริง แต่เชื่อใจหมอ เพราะว่าไปหาตั้งแต่ตอนขาหัก

เ พราะความแพงของค่าทำ MRI เงินเลยหมดไปอย่างรวดเร็ว เงินสำหรับช๊อปปิ้งทั้งนั้น

หมอไม่ดุหรอก แค่ชอบพูดให้เจ็บใจ เพราะกล้าขัดคำสั่งให้กินยา

ก็... มันเ ป็นยาหลังอาหาร แต่ว่า ไม่ได้กินข้าวครบทุกมื้ออะ ก็กินยาไม่ได้ แล้วจะกินทำไม เลยต้องเจ็บตัวนานขึ้น

นี่แ หละ นิสัยไม่ดีที่ทำให้อาการแย่กว่าเดิม แต่มันก็ไม่ได้ปวดแบบทรมานหรอก

หมอบอกว่า ไปแจมกับอากงอาม่าในวงไท่เก๊ก แล้วก็เต้นแอโรบิคแบบที่ไม่เร็วมาก

ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ อะไรพวกนี้ก็ช่วยลดอาการเจ็บได้

แล้วก็ ทำท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อเฉพาะที่ตามที่หมอบอกก็พอ

อีกสองวันถึงจะรู้ว่าทำไมปวดหลัง ระหว่างนี้ก็คงต้องทำตามที่หมอบอกไปก่อน

ตอนนี้ก็ไม่ค่อยปวดหลังแล้ว ปวดมากก็แค่ตอนตื่น เพราะเตียงนุ่ม แถมตื่นมาทีไร ทำไมมันนอนคว่ำทุกทีไม่รู้ ตื่นมาในท่านอนต้องห้ามของคนปวดหลัง ก็สมควรละที่จะปวดหลัง

........................................... 

ฮ้าววววว.....ตีหนึ่งกว่าๆแล้ว

ไ ปนอนดีกว่า แว๊บบบบ

edit @ 9 Apr 2009 07:58:42 by ~dorahari~ ~สาวกYdemort~