2007/Nov/06

Title : Lytare

Author : Stray-89

Rate : R

Characters : Draco/Harry, Hermione, Ron

Genres : General, Romance, Action/Adventure, Fantasy

Warnings : Angst, Yaoi / Slash, Language, Male Pregnancy

Challenges : None

Summary : After unknowingly bleeding hate from his veins Harry finally comes into his inheritance as a Lytare. A rare species of magical creature and the priceless treasure for one blonde slytherin... Creature ficDH slash

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Chapter 5

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที แฮร์รี่ก็มาถึงยังห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ ซึ่งดูเหมือนว่ากำลังมีการประชุมของคณะอาจารย์ทั้งโรงเรียน อาจารย์ทุกคนต่างก็นั่งล้อมเป็นวงอยู่รอบโต๊ะทำงานของดัมเบิลดอร์ รวมทั้งคนที่ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ด้วย นั่นคือ ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ แฮร์รี่มองสีหน้าตกใจของทุกคนอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะวิ่งอย่างรวดเร็วไปยังประตู

ก่อนที่แฮร์รี่จะวิ่งไปได้ครึ่งทางของทางไปประตู เขาก็รู้สึกได้ว่ามีการร่ายคาถาล็อกประตู และคาถานั้นก็แข็งแกร่งมากจนเขาอาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันในการปลดคาถานั้นเพื่อที่จะเปิดประตู เขาไม่มีทางที่จะหลบหนี และเดรโกก็ยังคงไม่ออกมาจากกองไฟนั้น

"ปล่อยผมออกไปนะ" แฮร์รี่พูด แต่ดัมเบิลดอร์ก็ส่ายหัวอย่างช้าๆ "ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!" แฮร์รี่กรีดร้องออกมา เขารู้สึกหวาดกลัว แล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดความคิดของเขาได้ สมองของเขานึกภาพเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมา ทุกคนพยายามจะแยกเขาและเดรโกออกจากกัน ทุกคนจะแยกเขาออกจากคนรักของเขา เขาจะต้องหนีไปจากที่นี่ เขามองไปยังประตูอีกครั้ง และหวังว่ามันจะเปิดออก
 
"คนแก่แบบคุณคงไม่เข้าใจผมหรอก" แฮร์รี่พูดด้วยความโกรธ "ผมต้องหาเดรโกให้พบ ที่นั่นมีผู้เสพความตายอยู่ รวมทั้งโวลเดอมอร์ด้วย ผมหนีมาได้แต่ผมไม่รู้ว่าเดรโก..." ในสมองของแฮร์รี่นั้นเริ่มมีภาพจินตนาการเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แฮร์รี่เห็นภาพคู่ครองของเขาถูกทรมาน ถูกจับเป็นนักโทษและถูกฆ่าอย่างทารุณ แฮร์รี่ทรุดลงนั่งพิงกำแพงห้องและซบหน้าลงในฝ่ามือ เขาเริ่มสะอึกสะอื้น "ผมต้องหาเขาให้พบ"

"ใจเย็นๆ ก่อนนะ แฮร์รี่ พวกเราจะพูดถึงเรื่องของผู้เสพความตายกันในวันหลัง"

"ไม่ ถ้าไม่พูดถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องพูดแล้ว คนรักของผมยังอยู่ในที่ที่อันตรายแบบนั้น แล้วเขา...เขาอาจจะถูกทรมานแล้วด้วย คุณต้องหาเขาให้พบแล้วพาเขากลับมา หรือว่าคุณจะให้ผมลงมือหาเขาด้วยตัวของผมเองก็ได้"

"โอเค แฮร์รี่ ฉันจะส่งเซเวอรัสไปพาคุณมัลฟอยกลับมา ตอนที่เธอมาถึงที่นี่พวกเรากำลังปรึกษากันเรื่องกิริยาของเดรโก มัลฟอย ในคืนที่เขาปรากฏตัวในห้องพยาบาล และพวกเราก็ได้ตัดสินใจกันแล้วว่าจะปกป้องเธอให้ปลอดภัยโดยให้เธออยู่ในห้องส่วนตัวของเธอจนกว่าพวกเราจะถามคำถามกับเขาโดยใช้สัจจะเซรุ่ม เธอจะถูกแยกออกจากเขาจนกว่าเขาจะตอบคำถาม..."

"ม...ไม่ ไม่ได้" แฮร์รี่ตะโกนขึ้นขัดจังหวะพูดของอาจารย์ใหญ่ "คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ แล้วคุณจะแยกผมออกจากเขา หรือแยกเขาออกจากผมไม่ได้ด้วย เขาเป็นคนที่ผมรัก คุณไม่เข้าใจเลยหรือไง ผม รัก เขา" ศาสตราจารย์หลายคนรู้สึกไม่พอใจที่แฮร์รี่พูดกับอาจารย์ใหญ่ด้วยท่าทางเช่นนั้น แต่อย่างไรก็ตาม สเนปก็ยิ้มแสยะออกมา

สเนปนั้นมีความเชี่ยวชาญในหลายๆ ด้าน ทั้งการปรุงยา การใช้คาถา และเขาก็ใช้เวลาอยู่หลายปีเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับไลทาแร เขาเริ่มศึกษาเรื่องนี้หลังจากที่เขาได้ฟังเรื่องเล่ามาว่า บรรพบุรุษของเขา รุ่นคุณตาทวด หรืออาจจะเป็นทวดของทวดอีกทีนั้น เป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้รับพลังของไลทาแร จนตอนนี้ มัลฟอยและพอตเตอร์นั้นก็ได้รับพลังนั้นมา เขารู้ดีว่าถ้าหากเด็กชายทั้งสองคนถูกแยกออกจากกันแล้ว จะต้อมีเรื่องที่น่ากลัวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเขาคิดว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ทั้งหมดนั่นก็เป็นความผิดของดัมเบิลดอร์เพียงผู้เดียว เขายังข้องใจอยู่ว่าดัมเบิลดอร์คงจะรู้เกี่ยวกับพิธีผูกมัดของไลทาแร แต่ก็ยังละเลยเพียงเพราะความคิดที่ว่าทั้งสองคนเป็นแค่ไลทาแรเลือดผสม เขารู้ว่าแฮร์รี่นั้นเป็นฝ่ายรองรับ และในช่วงแรก เด็กชายจะรู้สึกทรมานจากการถูกแยกออกจากเดรโก แล้วเป็นไปได้อย่างมากว่า หลังจากนั้นแฮร์รี่คงจะทำในสิ่งที่สุดแสนจะโง่เง่าสิ้นดี...สิ่งที่ไม่มีคนปกติที่ไหนเขาทำกัน

--------------------------------------

เมื่อผู้เสพความตายก้าวเข้ามาในห้อง เดรโกก็เดินถอยหลังไปสองก้าว ทั้งสี่คนสวมผ้าคลุม พวกเขายืนหยุดนิ่งมองเปลวไฟสีเขียว และพบว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้นได้หนีไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรออกมาจนกระทั่งพ่อของเขาพูดขึ้น "เดรโก แกกล้าดียังไงถึงได้หักหลังคนในครอบครัว...ครูซิโอ"

คาถานั้นพุ่งตรงไปที่หน้าอกของเดรโก นั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนมีมีดนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงและเฉือนเนื้อของเขาออกมา เขาทรุดลงบนเข่า แต่ก็ไม่ส่งเสียงร้องออกมาถึงแม้ว่าความเจ็บปวดจะแพร่กระจายออกไปทั่วร่างกายของเขาก็ตาม เขาไม่อยากเรียกความสงสารจากพ่อของเขา เมื่อความเจ็บปวดนั้นแทบหายเป็นปลิดทิ้งแล้วเขาก็เดินถอยหลังไปเพื่อที่จะหายตัวไปจากที่นี่ แต่โชคร้ายที่พวกผู้เสพความตายนั้นได้ร่ายคาถาป้องกันการเดินทางโดยผงฟลู และการหายตัวไว้

"เจ้าจะไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น มัลฟอยคนลูก" เจ้าแห่งศาสตร์มืดพูดแล้วไล่...เรียกได้ว่าเกือบลูบไล้...นิ้วยาวและผอมจนเหลือแต่กระดูกลงมาตามแก้มของเดรโก "คนทรยศต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม"

--------------------------------------

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น แฮร์รี่ก็พบว่า เขาถูกขังอยู่ในห้องขนาดกลาง ภายในห้องมีหน้าต่างหนึ่งบาน เก้าอี้หนึ่งตัว โต๊ะเล็กๆ และโถสำหรับขับถ่าย ‘ดัมเบิลดอร์ช่างเป็นคนดีจริงๆ ที่จัดห้องให้มีสภาพที่ฉันพอจะอยู่ได้’ แฮร์รี่คิด ดัมเบิลดอร์ขังเขาไว้ในนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเขา ‘คงเป็นอย่างนั้น’ เขาคิด ‘ฉันคงจะรู้สึกปลอดภัยกว่านี้ถ้าอยู่กับเดรโก’ แฮร์รี่รู้สึกว่าน้ำตาเริ่มเอ่อล้นจากดวงตาของเขาเมื่อเขานึกถึงคนรักของเขาซึ่งหายตัวไป

"ฉันต้องได้เจอกับเขาอีกครั้ง" เขาพูดออกมาเสียงดัง

หลังจากที่เดินวนไปมาในห้องอยู่หลายชั่วโมง แฮร์รี่สังเกตเห็นว่ามีถาดอาหารปรากฏขึ้นบนโต๊ะ แฮร์รี่เดินเข้าไปดูแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ‘ไข่กวนบนขนมปังกับน้ำฟักทองหนึ่งแก้ว อะไรจะดีปานนี้’

เมื่อแฮร์รี่กลืนคำสุดท้ายลงไป ท้องของเขาก็เริ่มปั่นป่วนและบิดเกลียว แฮร์รี่คิดว่าเขาคงจะอาเจียนอาหารที่กินเข้าไปออกมาจนหมดอย่างแน่นอน ‘อาจจะเป็นเพราะผลจากการโดนแยกในช่วงที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกันมากที่สุด’ แฮร์รี่คิด

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที แฮร์รี่ก็อาเจียนทุกอยางที่อยู่ในท้องของเขาออกมาจนหมด เขาทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ปีกของเขากางออกมาจากหลังของเขา สีแดงของปีกนั้นดูจางลง และปีกนั้นก็ดูอ่อนปวกเปียก แฮร์รี่กรีดร้องออกมา เสียงนั้นสามารถทำให้แก้วหูแตกได้ เขานั้นทำได้ได้เพียงแค่หวังว่าคนรักของเขาจะได้ยินเสียงของเขา เขานอนลงบนพื้นและหายใจหอบ แล้วหลับตาลง การหายไปของคนรักของเขานั้นทำให้เขาอ่อนแอลง

--------------------------------------

เดรโกได้ยินเสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้นมาจากหัวใจอีกดวงของเขา เขารู้ว่านั่นเป็นเสียงของแฮร์รี่ ตอนนี้เขารู้เพียงแค่ว่าเขาจะต้องปกป้องคนรักของเขา เขารู้ว่าเขาจะต้องหนีออกไปจากห้องขังเก่าๆ ที่เขาถูกขังอยู่แห่งนี้ให้ได้ เขาทุบประตู เล็บแหลมคมของเขาปรากฏขึ้น แล้วเขาก็แยกเขี้ยว ‘ไม่มีอะไรที่จะแรงกล้ามากกว่าการที่ไลทาแรฝ่ายรุกเร้านั้นปกป้องคุ้มครองวิสซิมและลูกๆ ของพวกเขา’ เขานึกถึงคำที่เขาบอกแฮร์รี่

เขาย้อนกลับไปยังหลายปีก่อน แต่เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าเขาจะหลบหนีออกไปได้อย่างไร มันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย แต่ตอนนี้ในมือของเขามีขาข้างหนึ่งของเตียงพับอยู่ เขาต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์ เดรโกวิ่งไปตามอุโมงค์ใต้ดินของคฤหาสน์มัลฟอย นี่เป็นที่ที่เขาถูกขังอยู่ เขานึกขึ้นมาได้ว่าเขาเคยบังคับให้เอลฟ์ประจำบ้านบอกทางลงมาที่นี่ให้เขาเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็กอยู่ ‘มันใช้ประโยชน์ได้ในตอนนี้นี่แหละ’ เขาคิดเมื่อเขามาถึงยังพื้นผิวด้านบน

เมื่อเขาไปถึงยังนอกเขตของตัวคฤหาสน์ เขาหายตัวไปยังสถานที่แรกที่เขานั้นนึกได้...ฮอกมี้ดส์

------------------------------------------------

Chapter 6

"แล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะครับ" สเนปพูดขึ้นแล้วเดินวนไปมาอยู่เบื้องหน้าของโต๊ะทำงานของดัมเบิลดอร์

"สิ่งที่พวกเราจะต้องทำนั้นคือสืบค้นประวัติครอบครัวของลิลี่ อีวานส์" ดัมเบิลดอร์พูดแล้วเดินไปยังจุดที่ฟอกส์เกาะอยู่แล้วใช้มือซึ่งเหี่ยวย่นของเขาลูบขนสีแดงและสีทองของนกฟีนิกซ์
 
"พวกเราจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรล่ะครับ" สเนปพูด "เกือบทั้งหมดของครอบครัวอีวานส์นั้นหายสาบสูยไปหลังจากที่แมรี่กับอดัม อีวานส์ ถูกฆ่าโดยเจ้าแห่งศาสตร์มืด"

"เราต้องการความช่วยเหลือจากรีมัส ลูปิน" ดัมเบิลดอร์พูดกับสเนป

"เพียงแค่เจ้ามนุษย์หมาป่านั่นคนเดียวหรือครับ" สเนปพูดออกแนวเย้ยหยัน "เราน่าจะลองติดต่อกับโรเชลล์ ปีเตอร์ส ดูด้วยนะครับ"

"อ้อใช่" ดัมเบิลดอร์พูด "ฉันลืมเกือบทั้งหมดเกี่ยวกับเธอไปเสียแล้วสิ แล้วคุณได้พบเธอบ้างไหม นับตั้งแต่สงครามครั้งแรกได้สิ้นสุดลง"

"ไม่ครับ แต่ผมได้รับการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสจากเธอทุกๆ ปี นั่นทำให้ผมยังคงเหลือความทรงจำเกี่ยวกับวันจบการศึกษาของพวกเรา" สเนปตอบ "บางทีเจ้ามนุษย์หมาป่าอาจจะได้พบกับเธอบ้าง เพราะพวกเขาค่อนข้างสนิทกัน"

"ฉันจะเขียนจดหมายไปหาพวกเขาทั้งสองเอง อย่างไรก็ตาม โรเชลล์นั้นก็เป็นเพื่อนที่สนิทกับลิลี่มากที่สุด เป็นเพื่อนเจ้าสาวของเธอ นอกจากนั้นทั้งลิลี่และเจมส์ก็เคยวางแผนไว้ว่าจะขอให้เธอเป็นแม่ทูนหัวของแฮร์รี่..." ดัมเบิลดอร์ยังพูดไม่ทันจบ สเนปก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

"แต่เธอก็เนรเทศตัวเองไปยังที่ไหนไม่รู้ แล้วหายสาบสูญไปก่อนที่พวกเขาจะได้ถาม และเธอก็ทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง เธอถามเจมส์กับลิลี่ว่า ให้บอกแฮร์รี่ให้เรียกเธอว่าน้าเอลล์ได้ไหม ใช่ไหมล่ะครับ พวกเรารู้เรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว เราลืมเรื่องนี้ไปก่อนจะดีกว่าไหมครับ"

ทันใดนั้น เสียงเตือน ‘บี๊บ’ ก็ดังขึ้นในห้องทำงาน ดัมเบิลดอร์หันกลับไปมองยังเหนือเตาผิง เขามองปุ่มแสดงสัญญาณเตือนทั้งหมด แล้วพบว่าเป็นปุ่มสีส้มซึ่งใหญ่กว่าเหรียญซิกเกิ้ลไม่มากนักที่ดังเตือนขึ้น ไฟที่ปุ่มนั้นกระพริบอย่างต่อเนื่อง และส่งสัญญาณเตือนในทุกๆไม่กี่วินาที

"เกิดอะไรขึ้นหรือครับ" สเนปถาม

ดัมเบิลดอร์ไม่พูดอะไรแต่กลับเดินไปยังเตาผิงและกดปุ่มสีส้มนั้น สัญญาณเตือนและไฟกระพริบนั้นหยุดลงในทันที เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น แผ่นกระดาษก็ออกมาจากช่องด้านล่าง ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่ใช่ผู้เสพความตาย "คุณมัลฟอยเข้ามาในเขตรั้วโรงเรียนแล้ว"

"เขาหลบหนีออกมาได้สินะ" สเนปถอนหายใจ รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาแวบหนึ่ง

"คงจะใช่อย่างที่คุณพูดนั่นแหละ" ดัมเบิลดอร์พูด "ด๊อบบี้" เสียงดัง ‘ป๊อป’ ดังขึ้นและร่างของเอลฟ์ประจำบ้านซึ่งมีอายุมากที่สุดในฮอกวอตส์ก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าพ่อมดทั้งสองคน เขาใส่ถุงเท้าสั้น สวมถุงมือสีเหลืองซึ่งไม่มีนิ้ว กางเกงขาสั้นซึ่งเป็นสีเหมือนก๊าซนีออนสีชมพู และอะไรบางอย่างซึ่งดูเหมือนกับถุงพองๆ

"ด๊อบบี้รอฟังคำสั่งของอาจารย์ใหญ่อยู่ครับ มีอะไรให้ด๊อบบี้รับใช้หรือครับ" เอลฟ์ตาโตพูด

"ด๊อบบี้ เธอช่วยไปพาคุณมัลฟอยมาหาพวกเราได้ไหม เขาอยู่ที่ประตูทางเข้าด้านหน้าของโรงเรียน" ดัมเบิลดอร์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ด๊อบบี้จะทำตามที่อาจารย์ใหญ่ต้องการครับ" เอลฟ์พูดก่อนจะหายไปพร้อมกับเสียง ‘ป๊อป’

"เซเวอรั คุณช่วยไปเอาสัจจะเซรุ่มมาได้ไหม"

"ได้ครับ" สเนปตอบ

"ฉันชอบเอลฟ์ตัวนั้นจัง" ดัมเบิลดอร์พูดกับตัวเองเบาๆ

"แน่นอน คุณน่ะต้องชอบเขาอยู่แล้ว" สเนปบ่นพึมพัมในขณะที่เขาเดินไปเอาสัจจะเซรุ่ม "เพราะมันเป็นพวกวิกลจริตอยู่ลึกๆ เหมือนคุณ"

-------------------------------------------

ร่างกายของเดรโกสั่นสะท้านจากความหนาวเย็นของอากาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่เขาก็รวบรวมความอดทนมากพอให้เดินด้วยความรวดเร็ว ผ่านผู้คนมากมายที่มาซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ จนไปถึงยังจุดหมายที่เขาต้องการที่สุดปลายถนน นั่นคือ ประตูสู่ฮอกวอตส์ เดรโกสะดุ้งด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย เมื่อเขาผ่านเข้าไปในข่ายคาถาที่ร่ายไว้ป้องกันบุคคลภายนอก และเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เขาก็ก้าวเข้าสู่พื้นฮอกวอตส์ แล้ว ด๊อบบี้ อดีตเอลฟ์ประจำบ้านที่เคยอยู่ที่คฤหาสน์มัลฟอยก็ปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าของเขา

"ด๊อบบี้มาพาคุณมัลฟอยไปหาท่านอาจารย์ใหญ่ตามคำสั่งครับ" เจ้าเอลฟ์พูดด้วยเสียงแหลมน่าแสบแก้วหู

เดรโกรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะพูดขึ้นว่า "ถ้าอย่างนั้นก็พาไปสิ"

เจ้าเอลฟ์ยื่นมือซึ่งมีสภาพหนังหุ้มกระดูกออกไปจับข้อมือของเดรโก เมื่อเสียง ‘ป๊อป’ ดังขึ้น เดรโกรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน และเมื่อเขาไปถึงห้องทำงานอาจารย์ใหญ่แล้ว เขาก็ทรุดลงไปนั่งคุกเข่าที่กลางพื้นห้อง

"อา...คุณมัลฟอย" อาจารย์ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความสนใจเขาน้อยกว่าเวลาที่พูดกับนักเรียนคนอื่นที่เขาชอบอย่างเห็นได้ชัด

"ท่านอาจารย์ใหญ่" เดรโกพูดเมื่อเขาลุกขึ้นยืนแล้ว "จะเป็นอะไรไหมถ้าหากผมจะไปพบคู่ครองของผม เขาอยู่ที่ไหน"

อาจารย์ใหญ่ส่ายหน้าอย่างช้าๆ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า "เกรงว่าคุณคงยังไปพบเขาในตอนนี้ไม่ได้หรอก"

"คุณไม่เข้าใจที่ผมพูดเลยหรือ ผมต้องได้พบเขาในตอนนี้" เดรโกพูดด้วยความฉุนเฉียวแล้วหันไปยังประตูเมื่อเขาได้ยินเสียงปิดประตู เขาตกใจเมื่อเขาเห็นศาสตราจารย์วิชาปรุงยายืนอยู่ตรงนั้น สเนปไม่พูดอะไรเมื่อเดรโกขอร้องเขาผ่านทางสายตา เมื่อเห็นว่าเขาไม่สามารถพึ่งพาอะไรจากสเนปได้ เดรโกจึงหันกลับไปมองสบตากับอาจารย์ใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

"เขาจะ..." เดรโกพูดแต่ก็ถูกอาจารย์ใหญ่พูดขัดขึ้นมา

"สงบจิตสงบใจลงหน่อยนะ คุณมัลฟอย คู่ครองของคุณนั้นยังคงค่อนข้างปลอดภัยดี"

"ถ้าเช่นนั้นทำไมผมถึงได้ยินเสียงเขากรีดร้องล่ะ" เดรโกพูด "แล้วอีกอย่าง ทำไมผมถึงรู้สึกได้ว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย"

"ฉันยังคงยืนยันคำตอบเดิมนะ คุณมัลฟอย เขายังคงปลอดภัยดีอยู่ คุณจะพบกับเขาได้ก็ต่อเมื่อคุณตอบคำถามภายใต้การควบคุมของสัจจะเซรุ่ม"

"ไม่ ผมขอปฏิเสธ คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าถ้าหากผมไม่ได้พบกับเขาในตอนนี้ เขาจะต้องตาย"

"เหลวไหล ฉันรับรองกับคุณเลยว่าเขานั้นปลอดภัยดี"

"แล้วทำไมผมถึงยังพบกับเขาไม่ได้ล่ะ" เดรโกถาม เขารู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกทุบด้วยค้อน และรู้สึกวิงเวียนศีรษะ ถ้าหากว่าผลจากการถูกแยกออกจากกันยังทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดีถึงเพียงนี้ แล้วแฮร์รี่ล่ะ คงจะรู้สึกย่ำแย่ยิ่งกว่าเขาอีกแน่
 
"คุณเข้าใจหรือเปล่าว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากผมไม่ได้พบกับเขาภายใน 1 ชั่วโมง" เดรโกถามอาจารย์ใหญ่ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ซึ่งแตกต่างจากภายในจิตใจของเขาโดยสิ้นเชิง

สีหน้าของอาจารย์ใหญ่ดูซีดลงเล็กน้อย ราวกับจะเข้าใจแล้วว่าอาวุธชิ้นสำคัญของเขาจะต้องตาย "แต่ว่าคุณเป็นเพียงแค่เลือดผสม" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

สเนปขัดจังหวะการสนทนาขึ้นมา "ความจริงแล้ว หากคุณศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนแล้วล่ะก็ คุณคงจะเข้าใจว่านั้นไม่ใช่ปัญหาอะไรในช่วงเวลาแห่งการมีพันธะ"

"แล้วถ้าหากความเจ็บปวดที่ผมรู้สึกนั้นจะช่วยอธิบายอะไรได้ล่ะก็" เดรโกพูดด้วยเสียงเกรี้ยวกราด " แฮร์รี่รู้สึกทรมานมากกว่า 10 ครั้งแล้ว อละเขาก็ทรมานมาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วด้วย เข้าใจไหม ตาแก่"

"เสียใจด้วยนะคุณมัลฟอย ถึงอย่างไรคุณก็ยังไปพบเขาไม่ได้จนกว่าจะตอบคำถามเสียก่อน"

เดรโกกัดฟันและขู่คำรามด้วยความกราดเกรี้ยว ฟันของเขานั้นเปลี่ยนเป็นเขี้ยวแหลมคม และกรงเล็บก็ปรากฏขึ้นมา "ให้ ผม ไป พบ เขา" เดรโกคำราม

..........................

แฮร์รี่ตื่นขึ้นมา และรู้สึกเหมือนศีรษะของเขาถูกผ่าครึ่งออกเป็นสองซีก เขาย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นอาเจียน เขารู้สึกอ่อนแรง และถ้าหากว่าน้ำผลไม้และแอปเปิ้ลวางอยู่บนโต๊ะ นั่นแสดงว่าเป็น ‘เวลาพักเบรกช่วงเช้า’ ของฮอกวอตส์ นั่นหมายถึงเป็นเวลา 11 โมง ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ก็แสดว่าเขานั้นแยกจากเดรโกประมาณ 10 ชั่วโมงแล้ว ดังนั้นเดรโกจึงต้องรีบมาหาเขา แล้วแฮร์รี่ก็รู้สึกเหมือนเขาจะหมดสติอีกครั้ง

แฮร์รี่ร้องครวญครางอย่างแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด พร้อมทั้งเรียก "เดรโก" เขารู้ว่าไม่มีทางที่เดรโกจะได้ยินแต่เขาก็ยังพยายาม แฮร์รี่รู้สึกหวาดกลัวและเปล่าเปลี่ยว รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่ออยู่เพียงลำพังภายในห้องเล็กๆ นี้ เขาหวังว่าอย่างน้อยยังคงอยู่ที่ฮอกวอตส์ ในขณะที่ยังพอรู้สึกตัวอยู่บ้าง เขาส่งสัญญาณออกไปให้คู่ครองของเขา เพื่อเรียกให้มาปกป้องเขา และช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความทรมานนี้

แฮร์รี่รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง เขาเหวี่ยงศีรษะไปด้านหลังและกรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่ดังกว่าครั้งอื่นๆ และเป็นระดับเสียงที่แหลม ก่อนที่เขาจะหมดสติไป เขารู้สึกว่าความเจ็บปวดนั้นได้บรรเทาลง เหลือเพียงความชาและกระตุกเป็นจังหวะเหมือนกับว่าเขาได้เชื่อมต่อกับอะไรบางอย่างซึ่งทำให้เขารู้สึกมีเรี่ยวแรงมากขึ้น

..........................

เสียงกรีดร้องนั้นก้องกังวาลไปทั่วโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ ในเวลา 11 โมงครึ่งของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ บรรดานักเรียนต่างก็กลับเข้าไปยังภายในห้องโถง พวกเขาชี้ไปทางนั้นที ทางโน้นที แต่ไม่มีใครเลยที่รู้ว่า เสียงนั้นมีต้นกำเนิดมาจากไหน แต่ทุกคนต่างรู้ว่าเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกแปรปรวน โดดเดี่ยว และหวาดกลัว ทุกๆ คนต่างก็สงสัยว่า ใครเป็นคนส่งเสียงเช่นนั้นออกมา

เสียงกรีดร้องนั้นดังเข้าไปถึงภายในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ ที่ซึ่งเดรโกนั้นปฏิเสธในความพยายามที่จะให้เขาดื่มสัจจะเซรุ่ม เมื่อ 30 วินาทีที่แล้ว หรือในเวลาราวๆนั้น เดรโกรู้สึกได้ว่าแฮร์รี่กำลังร้องเรียกหาบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขานั้นได้ก่อขึ้นตลอดสองวันครึ่ง แฮร์รี่กำลังร้องเรียกหาเขาเพื่อการปกป้องคุ้มครอง

"ถ้าหากคุณไม่พาผมไปพบเขาในตอนนี้ เขาจะตายในไม่ช้านี้" เดรโกพูด "นั่นคือเขา เขากำลังเจ็บปวด คุณเคยส่งใครไปดูแลเขาบ้างไหม"

อาจารย์ใหญ่ดูเหมือนละอายใจ "ความจริงแล้ว...ไม่... ก็ไม่เชิง"

"ดี ถ้าอย่างนั้นก็พาผมไปพบเขาสิ" เมื่อเดรโกเห็นอาจารย์ใหญ่จะอ้าปากเถียง เขาก็พูดขึ้นว่า "เดี๋ยวนี้!"

อาจารย์ใหญ่ถอนหายใจ เขาไม่ต้องการที่จะสูญเสียนักสู้ที่แข็งแรงที่สุดในตอนนี้ไป "เซเวอรัส คุณช่วยพาเขาไปที"

สิบนาทีหลังจากนั้น เดรโกก็เดินมาถึงประตูไม้โอ๊คซึ่งดูเรียบๆ แต่แข็งแรง และรอคอยด้วยความอดทนอย่างมากเพื่อให้ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเปิดประตู เมื่อประตูเปิดกว้างมากพอที่จะให้เขาเดินเข้าไปได้ เขาจึงเดินเข้าไป กลิ่นอาเจียนคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง และเขาก็พบว่าแฮร์รี่นั้นนอนแผ่อยู่บนพื้น

"แฮร์รี่" เดรโกพูดด้วยเสียงแผ่วเบาแล้วรีบวิ่งไปหาเด็กหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์ซึ่งนอนคว่ำอยู่ เดรโกกวัดแกว่งไม้กายสิทธิ์ของเขาพร้อมกับพูดว่า "สเกิร์จิฟาย" เพื่อกำจัดอาเจียนให้หมดไปจากห้อง แต่ว่าก็ยังคงมีกลิ่นจางๆ หลงเหลืออยู่ เดรโกกอดเด็กหนุ่มผมดำไว้แน่นและพูดถ้อยคำปลอบโยนเบาๆ ที่หูของแฮร์รี่ เดรโกสังเกตเห็นว่าปีกสีแดงซีดของแฮร์รี่นั้นกลับมาเป็นสีแดงเข้มเหมือนเดิมและหดกลับเข้าไป เขาจูบที่ขมับของแฮร์รี่ แฮร์รี่ลืมตาข้างหนึ่งของเขาขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

"เดรโก?"

"ใช่แล้ว ฉันเองแฮร์รี่" เดรโกพูดด้วยน้ำเสียงสุขุม "ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ ที่รัก ฉันจะไม่ปล่อยให้นายไปไกลจากฉันอีกต่อไป" แฮร์รี่กอดเอวเดรโก เด็กหนุ่มบ้านสลิธิรีน เด็กหนุ่มผมบลอนด์แห่งบ้านสลิธิรีนของเขา แล้วเขาก็เริ่มสะอื้น

"ฉันกลัวมากเลย เดรโก" เขาพูดแผ่วเบาที่ซอกคอของเดรโก

"ฉันรู้ ที่รัก แต่ว่าหลังจากนี้จะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว ฉันสัญญา" เดรโกพูดแล้วเลื่อนมือไปลูบเรือนผมสีดำซึ่งอยู่ใต้คางของเขา

-------------------------------------------------

นักเรียนหลายคนซึ่งอยู่ที่ห้องโถง ระหว่างชั้นสองและห้องพยาบาลต่างก็ประหลาดใจกับภาพที่ได้เห็นในวันนั้น แฮรืรี่ พอตเตอร์ ผู้ให้ความช่วยเหลือแก่โลกเวทมนตร์ ซึ่งหายตัวไปสามวันนั้น ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของ เดรโก มัลฟอย  ผู้ซึ่งสาบานไว้วาจะเป็นศัตรูของเขาไปชั่วชีวิต

‘มันเกิดอะไรขึ้น’ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของหลายๆคน

ข่าวลือเกี่ยวกับเสียงกรีดร้องนั้นแพร่กระจายไปทั่วทั้งโรงเรียน และเข้าหูหน่วยพิสูจน์หลักฐาน แพนซี่ พาร์กินสัน, ลาเวนเดอร์ บราวน์, ปาราวตี พาทิล และ ฮันนาห์ แอบบอท ต่างก็ทำเพื่อธุรกิจนี้อย่างดีที่สุด งานนี้นั้นเกิดขึ้นหลังจากการการซุบซิบนินทา และสร้างเรื่องขึ้นหลังข่าวลือที่เกิดขึ้นมาในภายหลัง

เฮอร์ไมโอนี่และเด็กหนุ่มปีเจ็ดของบ้านกริฟฟินดอร์นั้นเป็นนักเรียนเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้น และต่างก็ไม่พูดออกไป แม้ว่าจะมีข้อเสนอเรื่องค่าตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับก็ตาม พวกเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจเป็นฝ่ายสนับสนุนทั้งสองคน แต่ว่าสำหรับรอนแล้ว ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไร เขาก็ยังไม่สามารถทำใจกับภาพที่เพื่อนรักของเขาตั้งท้องได้เลย มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากทำหรับเขา

ละครนั้นกำลังเริ่มขึ้นในรูปแบบของฮอกวอตส์

หลายวันต่อมา ก็ไม่มีใครเห็นตัวตนหรือแม้แต่เส้นผม ทั้งของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ราชาของเหล่าสิงโต หรือ เดรโก มัลฟอย มังกรในหมู่งู เลยสักคนเดียว

-------------------------------

TBC...

----------------------------------------------------------------------------

ไม่ได้อัพตั้งนานแน่ะ ไม่รู้จะมีคนจำได้หรือเปล่าน๊า

ยังไงก็ช่วยกันคอมเม้นต์ด้วยนะคะ

2007/Sep/30

Title: Hybrid Destiny : Chapter 12

Author: hpnewbie

Translator: dorahari

Category: Romance, Fantasy

Pairing: Draco/Harry (main) and Severus/Lucius/Remus

Rating: NC-17

Spoilers: not spoiled

Disclaimer: I dont own Harry Potter these characters; I just tweak them.

Warnings: Death, OOC, lemon, violence, yaoi/slash, adult language, smut, slash, anal, oral, voyeurism and m-preg

Summary: Harry comes into an unexpected inheritance on his 17th birthday causing new revelations about family. Former enemies become friends or closer.

Translator notes: ข้าน้อยไปขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนจะแปลแล้วนะคะ และก็ขอเตือนหน่อยนึง ถ้าใครอ่านไม่ได้ก็อย่าเข้ามาอ่านเลย เดี๋ยวจะเสียอารมณ์ไปหมดซะก่อน

>>>>> Hybrid Destiny <<<<<< ต้นฉบับฮะ

********************************************

Chapter 12

เช้าวันใหม่ แฮร์รี่ตื่นมาด้วยความตกใจเมื่อถูกรบกวนการนอนด้วยการที่คุณมนุษย์หมาป่าเอาน้ำที่เย็นดุจน้ำแข็ง(และในน้ำก็มีก้อนน้ำแข็งอยู่ด้วย) สาดลงมาที่เตียง แฮร์รี่รีบกระโดดออกมาจากเตียงและแน่ใจว่าเขาต้องหล่นไปกองอยู่ที่พื้นแน่ๆ รีมัสมองไปและเห็นแฮร์รี่ลอยเหนือพื้นอยู่หลายฟุต โดยมีปีกสีดำ เงิน และเขียว ซึ่งดูสวยงามปรากฏขึ้นที่กลางหลัง

"รีมัส คุณทำแบบนี้เพื่ออะไรน่ะ" แฮร์รี่ถามด้วยความโกรธ รีมัสไม่ได้ตอบอะไรเพราะกำลังยุ่งอยู่กับการมองปีกของแฮร์รี่ แฮร์รี่เองก็เพิ่งจะสังเกตว่าตัวเองนั้นสูงกว่ารีมัส เขาจึงก้มลงมองดูข้างล่าง และเห็นว่ามีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเท้าของเขาและพื้น เขาค่อยๆ ลอยต่ำลงมาที่พื้น และตั้งสติเพื่อให้ปีกหายไป และนั่นทำให้ความเงียบของรีมัสหายไป

"ฉันคิดว่าจะได้เห็นเธอกระโดดลงมาจากเตียงนะ แต่การที่บินเนี่ย เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของฉันเลย แต่ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ชอบปีกของเธอ" รีมัสพูดตอบ

"อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณในการต่อสู้หรือการหลบหนีของผมล่ะมั้งฮะ" แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง "แล้วคราวนี้คุณจะอธิบายให้ผมฟังได้หรือยังว่าทำไมถึงเข้ามาในหอนอนแล้วสาดน้ำที่มีน้ำแข็งใส่ผมด้วย"

"ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะได้ใช้เวลาด้วยกันทั้งวัน ฉันเพิ่งได้เจอเธอไม่นานเท่าไร แล้วอีกอย่าง ฉันต้องการทดสอบพลังที่เธอมีอยู่" รีมัสพูด

"ที่คุณทำได้ก็แค่ถาม แล้วผมก็ไม่อยากเจอศึกหนักกับการทดสอบที่แรงๆ เอาเป็นว่าผมจะรีบไปอาบน้ำแล้วผมจะไปเจอคุณที่ห้องต้องประสงค์ดีกว่าไหมฮะ" เขาถาม

"ตกลง แล้วไปถึงที่นั่นภายในหนึ่งชั่วโมงล่ะ" รีมัสพูดแล้วเดินออกไปจากห้อง

แฮร์รี่ถอนหายใจก่อนจะไปยังห้องอาบน้ำ เขาอาบน้ำโดยเร็วและรีบสวมเสื้อผ้า ก่อนที่จะไปยังห้องต้องประสงค์ เมื่อไปถึงเขาก็พบว่ารีมัสนั้นรอเขาอยู่แล้ว พร้อมทั้งเตรียมอาหารไว้ให้เขาด้วย แฮร์รี่พูดขอบคุณก่อนจะนั่งลงแล้วจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้า

"นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอกินอาหารมากขนาดนี้นะ" รีมัสพูดและมองดูปริมาณอาหารที่แฮร์รี่จัดการไป

"ป๊อปปี้บอกว่า ผมจำเป็นต้องเพิ่มระดับพลังงานให้มากขึ้น แล้วอีกอย่าง ดูเหมือนว่าพลังใหม่ของผมนั้นใช้พลังงานมากด้วย ผมจึงต้องหาอะไรมาทดแทนพลังงานที่สูญเสียไป" แฮร์รี่ตอบแล้วกินต่อ

"ถ้ากินอิ่มแล้วก็บอกฉันด้วยแล้วกันนะ เราจะได้เริ่มการฝึกกัน" รีมัสพูดแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

หลังจากนั้น 5 นาที แฮร์รี่ก็แสดงท่าทีว่าเขานั้นกินเสร็จแล้ว ท้องของเขาเต็มไปด้วยอาหาร

"ผมอิ่มแล้วฮะ คุณต้องการจะทดสอบอะไรก่อนฮะ"

"พลังใหม่ที่เธอค้นพบคืออะไร" รีมัสถาม

"เดรโกกับผมใช้เวลาหาหนังสือเกี่ยวกับเอลฟ์ที่ห้องสมุดด้วยกันและพบว่าแถบสีผมที่สวยงามเหล่านี้แสดงถึงพลังประเภทต่างๆ ที่ผมสามารถใช้ได้ รวมทั้งระดับความรุนแ รงของพลังเหล่านั้น คุณสังเกตเห็นใช้มั้ยว่ามีแถบสีแดงและสีเงินแทรกอยู่ในเส้นผมของผม สีแดงแสดงว่าผมสามารถควบคุมจิตใจของสัตว์ได้ แม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่ดุร้ายมากขนาดไหนก็ตาม ส่วนสีเงินนั้นแสดงถึงความสามารถในการเยียวยารักษาของผม ถ้ามีแถบสีมากเท่าไร พลังก็จะรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ผมยังไม่ได้ทดสอบพลังอย่างจริงจังเลยฮะ เซเวอรัสบอกว่า พรุ่งนี้เขาจะเข้าไปในป่าต้องห้ามเพื่อไปช่วยผมทดสอบเรื่องพลังที่ควบคุมจิตใจสัตว์ ส่วนพลังของเฟย์นั้นผมใช้ครั้งหนึ่งตอนที่เปิดประตูเชื่อมมิติและใช้โดยอุบัติเหตุ ปีกที่คุณเห็นนั้นก็เป็นอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน" แฮร์รี่พูด

"เธอได้อ่านหนังสือที่ฉันให้เธอตอนวันเกิดหรือเปล่า เอลฟ์และเฟย์ต่างก็เป็นสัตว์มหัศจรรย์ที่ต่างก็มีพื้นฐานมาจากธรรมชาติ นั่นหมายความว่าสัตว์มหัศจรรย์ที่มีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติย่อมมีความสามารถในการควบคุมพลังตามธรรมชาติด้วย เช่น ต้นไม้ สัตว์ ธาตุและดินฟ้าอากาศ สำหรับเอลฟ์ ตัวอย่างเช่น เอลฟ์สามารถทำให้พืชเจริญเติบโตได้แม้ในดินแดนที่แห้งแล้งที่สุดในทะเลทรายก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง เฟย์นั้นจะมีอำนาจควบคุมเหนือธาตุต่างๆ เช่น น้ำและอากาศ" รีมัสถาม

แฮร์รี่ก้มหน้างุดๆ ด้วยความอายและบอกว่า

"ถ้าให้พูดตามตรงก็...ยังเลยฮะ ผมได้ของขวัญมาตอนที่กำลังได้รับการสืบทอดพลังแล้วผมก็ไม่ได้สติอีกเลย ผมตื่นขึ้นมาอีกทีตอนที่อยู่ในห้องพยาบาลแล้ว และของทุกอย่างก็ถูกจัดเก็บอยู่ในหีบซึ่งถูกนำไปไว้ที่หอนอนของผม แล้วผมก็ทำการบ้านซึ่งค่อนข้างยากก่อน ทำให้ไม่มีเวลาดูเลย ผมต้องขอโทษด้วยนะฮะ"

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่าในช่วงปิดภาคฤดูร้อนเธอพบเจอเรื่องมากมาย แต่ก็ยังมีเวลาเหลืออีกหลายสัปดาห์กว่าโรงเรียนจะเปิด เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เราค่อยเริ่มการฝึกก็แล้วกัน เธอจะได้ไปอ่านหนังสือที่ฉันให้ มันอาจจะมีประโยชน์ต่อการเขียนเรียงความวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดก็ได้" รีมัสพูด

"ฮะ ขอบคุณมากๆ เลยฮะ จันทร์เจ้า" แฮร์รี่พูดแล้ววิ่งไปที่ประตูแล้วกลับไปยังหอนอน เมื่อเขาไปถึงห้อง เขาก็เปิดหีบใส่ของออกดูเพื่อหาหนังสือที่จันทร์เจ้าได้มอบให้เขา เขาใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนั้นทั้งหมดสามชั่วโมง เมื่ออ่านหน้าสุดท้ายจบ เขาก็ใช้เวลาอีกสองชั่วโมงในการเขียนเรียงความตามหัวข้อที่ได้รับจนเสร็จ เมื่อเขาเขียนประโยคสุดท้ายเสร็จ เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูรูปสภาพสุตรีอ้วน แฮร์รี่เลื่อนกระดาษไปด้านข้างด้วยความระมัดระวังเพื่อให้หมึกแห้ง เขาเดินออกจากห้องแล้วเดินตรงไปยังประตูเพื่อดูว่าใครมาทำเสียงดังอยู่ข้างนอก

"นั่นใครน่ะ" แฮร์รี่ตะโกนถามจากในห้อง

"แฮร์รี่ เปิดประตูให้ฉันเข้าไปหน่อย" เดรโกพูดอย่างฉุนเฉียว

แฮร์รี่รีบเปิดประตูโดยทันทีแล้วถามว่า

"เดรโก มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ แล้วนายไม่เป็นอะไรใช่ไหม"

เดรโกเดินเข้าไป และจ้องมองแฮร์รี่อยู่สักพักหนึ่งก่อนจะปิดประตูอย่างระมัดระวังแล้วเดินเข้าไปประชิดตัวแฮร์รี่

"มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น นายไม่เป็นอะไรใช่ไหมอย่างนั้นหรอ" เดรโกพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ฉันต่างหากที่ต้องถามนายว่านายไปไหนมา ทำไมฉันไม่เห็นนายตอนที่กินมื้อกลางวัน หรือว่าเจ้ามนุษย์หมาป่าขี้เรื้อนนั่นทำอะไรนาย"

"ฉันอ่านหนังสือเพื่อเขียนเรียงความวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ส่วนที่ฉันไม่ได้ลงไปกินอาหารกลางวันก็เพราะว่าฉันอ่านหนังสือและเขียนเรียงความจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว และที่สำคัญ จันทร์เจ้าไม่ได้ทำอะไรฉันทั้งนั้น แล้วเขาก็เตือนด้วยว่าฉันลืมไปว่าฉันน่ะมีหนังสือที่ช่วยให้เขียนเรียงความเสร็จได้โดยง่ายอยู่ในมือ" แฮร์รี่พูดป็นเชิงแก้ตัว "เมื่อเช้าฉันไปหาเขาเพื่อจะทดสอบพลังที่มีอยู่แต่เขาบอกว่าฉันควรกลับมาอ่านหนังสือให้จบก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มการฝึกฝนกัน เซเวอรัสก็สัญญาไว้แล้วว่าจะช่วยฉันในวันพรุ่งนี้เหมือนกัน"

"พวกเขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ที่ฉันตามหานายก็เพื่อจะบอกว่าพิธีรำลึกถึงแม่จะมีในวันพรุ่งนี้และสมาชิกในภาคีทุกคนก็ต้องไปที่คฤหาสน์มัลฟอย ฉันอยากจะชวนนายไปด้วย" เดรโกพูด

"นายแน่ใจหรอว่าฉันควรจะไปที่นั่น ฉันคิดว่าพ่อของนายคงจะไม่พอใจถ้าเห็นฉันไปอยู่ที่งานด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการของเขา" แฮร์รี่ถามด้วยความลังเลใจ

"ฉันถามพ่อมาแล้ว พ่อบอกว่าจะชวนนายไปด้วยก็ได้ แล้วนายจะไปไหม" เดรโกถาม

"แน่นอน แล้วฉันจะไป" แฮร์รี่ตอบ

"แล้วนายเขียนเรียงความเสร็จหรือยัง" เดรโกถาม

"เสร็จแล้วล่ะ นายจะยืมหนังสือเล่มนั้นมั้ย มันช่วยในการเขียนเรียงความได้มากเลยล่ะ โดยเฉพาะเรื่องเอลฟ์จักรพรรดิ์และเฟย์ ในหนังสือเขียนอธิบายไว้ค่อนข้างละเอียดเลย แถมยังมีมากกว่าที่มีอยู่ในหนังสือทุกๆ เล่มที่พวกเราหาเจอจากห้องสมุดด้วย" แฮร์รี่พูด

"แน่นอน เรียงความวิชานี้เป็นการบ้านชิ้นเดียวที่ฉันยังไม่ได้ทำ" เดรโกตอบ

"ถ้าอย่างนั้นรออยู่ที่นี่ก่อนนะ ฉันจะไปเอาหนังสือมาให้" แฮร์รี่พูดแล้วรีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง และกลับมาภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีพร้อมกับหนังสือเล่มหนาในมือ

"เล่มนี้ล่ะ เอาไปเลย" แฮร์รี่พูดแล้วยื่นหนังสือไปให้เดรโก "ในเมื่อฉันเขียนเรียงความเสร็จแล้ว ฉันก็ขอตัวไปกินข้าวก่อนล่ะ ฉันไม่อยากฟังเสียงบ่นยาวๆ ของ ป๊อปปี้เพราะว่าฉันไม่ได้กินมื้อกลางวัน แล้วเจอกันนะ"

เมื่อทั้งสองคนเดินออกมาจากหอนอนของบ้านกริฟฟินดอร์แล้ว เดรโกก็เดินกลับไปยังห้องชุดของเขา ส่วนแฮร์รี่นั้นก็เดินตรงดิ่งไปยังห้องครัว เมื่อไปถึงห้องครัวแล้ว เขาก็พบเอลฟ์ประจำบ้านอยู่เพียงแค่ตัวเดียว นั่นคือด๊อบบี้

"สวัสดีด๊อบบี้ พอดีว่าฉันไม่ได้ลงไปกินมื้อกลางวันน่ะ นายช่วยหาอะไรให้ฉันกินหน่อยได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันคงโดนป๊อปปี้ฆ่าตายแน่ๆ ถ้าหากฉันไม่กินข้าว"

"ได้ครับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไปนั่งรอก่อนนะครับ" ด๊อบบี้พูดอย่างกระตือรือร้นแล้วรับคำสั่ง เพียงไม่นาน แฮร์รี่ก็เห็นอาหารจำนวนมากพอที่จะทำให้กระเพาะของเขานั้นเต็ม เมื่อเขาอิ่มแล้ว เขาก็ถามด๊อบบี้ว่า "จะเป็นอะไรไหมถ้าหากฉันนำอาหารพวกนี้ไปกินที่ห้อง ฉันมีอะไรที่ต้องทำอีกมากน่ะ ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาลงมากินมื้อค่ำหรือเปล่า ฉันเลยอยากได้อาหารบางส่วนไปกินน่ะ"

"ได้เลยครับ เอาไปให้มากเท่าที่ต้องการได้เลย" ด๊อบบี้พูด

"ขอบคุณมากๆ เลยนะด๊อบบี้" แฮร์รี่พูดพร้อมกับหยิบอาหารใส่ในตะกร้า "ราตรีสวัสดิ์ ด๊อบบี้"

"ราตรีสวัสดิ์ครับ แฮร์รี่" ด๊อบบี้พูด

แฮร์รี่นำอาหารกลับมาที่ห้อง และตัดสินใจว่าจะฝึกฝนอะไรเล็กๆน้อยๆ ก่อนที่จะนอน เขาตัดสินใจแล้วว่าต้องเป็นเรื่องของปีก เขาฝึกการควบคุมให้ปีกแผ่ขยายออกมาและหดกลับเข้าไปสู่สภาพเดิมเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งเขามั่นใจว่าปีกของเขานั้นทำงานตามคำสั่งทุกอย่าง จากนั้น เขาก็ลองทดสอบดูว่าเขาสามารถควบคุมธาตุอะไรในธรรมชาติได้บ้าง เขาใช้เวลาอยู่เกือบชั่วโมง แต่มันก็ไม่เป็นผล แฮร์รี่เริ่มรู้สึกร้อนและขุ่นเคือง เขาคิดว่าเขาควรจะไปอาบน้ำเย็นๆ เพื่อทำให้ใจเย็นขึ้น เมื่อมีสายลมอ่อนๆ พัดวนไปมาในหอนอน เพราะมันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยและหิวขึ้นมาแล้ว เขาจึงรีบกินอาหารที่อยู่ในตะกร้า อาบน้ำ และเข้านอน

เช้าวันใหม่ ขณะที่แฮร์รี่กำลังแต่งตัวอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอีก เขาออกจากห้องและตรงไปยังประตูพร้อมกับพูดว่า

"เดรโก ทำไมต้องเคาะประตูเสียงดังด้วยล่..." แฮร์รี่หน้าแดงเพราะอายทันทีเมื่อรู้ว่าคนที่เคาะประตูนั้นคือลูเซียส "ผมขอโทษฮะ คุณมัลฟอย ผมนึกว่าเดรโกเป็นคนที่มาเคาะประตูอีก"

"ไม่เป็นไร อีกหนึ่งชั่วโมงพิธีก็จะเริ่มแล้ว เธอควรจะไปถึงที่ห้องโถงใหญ่ในอีก 15 นาทีนะ" ลูเซียสพูด

"ขอบคุณฮะที่มาบอก แล้วผมจะลงไปให้ทันเวลาฮะ" แฮร์รี่พูดและยังคงอายอยู่ ลูเซียสพยักหน้ารับแล้วเดินกลับไปยังห้องชุด แฮร์รี่ปิดประตูแล้ววิ่งกลับไปในห้อง เขาหยิบผ้าคลุมสีดำมาใส่ แล้วรีบไปยังห้องโถงใหญ่ทันที เมื่อเดรโกปรากฏตัวขึ้นนั้น แก้มของเขาก็ยังคงเป็นสีแดงอยู่

"เป็นอะไรไปน่ะแฮร์รี่ นายป่วยหรือเปล่า" เดรโกถาม

"เปล่าหรอก ฉันแค่อายตัวเองน่ะ" แฮร์รี่พูดพร้อมกับก้มหน้างุด

"นายไปทำอะไรไว้ล่ะ" เดรโกถาม

"ก็เมื่อเช้าน่ะ... พ่อของนายไปเคาะประตูรูปสุภาพสตรีอ้วน แล้วฉันคิดว่าเป็นนาย ฉันไม่รู้ก็เลยเผลอตะโกนใส่เขาน่ะสิ แต่เขาก็บอกไม่เป็นอะไร" แฮร์รี่อธิบาย เมื่อเดรโกเห็นท่าทางของแฮร์รี่ก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เขาตบไหล่เอลฟ์ของเขาเบาๆ เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจ

"ทุกๆ คนมาพร้อมกันแล้วหรือยัง พวกเราจะใช้กุญแจนำทางเพื่อเดินทางไปยังคฤหาสน์มัลฟอย เพราะคาถาป้องกันผู้ไม่หวังดีและเครือข่ายฟลูได้ทำงานแล้ว" อัลบัสพูด "เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบทุกคนแล้ว ก็จัดกลุ่มสามคน ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ"

"มานี่เถอะแฮร์รี่" เดรโกพูดก่อนที่จะดึงแฮร์รี่ไปยังจุดที่พ่อของเขายืนอยู่แล้วลูเซียสก็เคาะที่กุญแจนำทางจากนั้นทุกอย่างก็ดูหมุนวนไปรอบๆ แล้วพวกเขาก็ลงมาถึงพื้นห้องที่ใช้จัดงานเต้นรำของคฤหาสน์ แน่นอนว่าแฮร์รี่นั้นสูญเสียการทรงตัว (เขาเกลียดการเดินทางโดยกุญแจนำทางที่สุด) และชนเข้ากับลูเซียส แต่โชคดีที่เดรโกคว้าตัวเขาได้ทันก่อนที่เขาจะล้มลงไปอยู่กับพื้น แฮร์รี่พูดขอโทษเบาๆ ก่อนที่จะอายจนหน้าแดงอีกครั้ง หลังจากนั้น คนอื่นก็ตามมาถึง

พิธีรำลึกถึงนาร์ซิสซาร์นั้นดำเนินไปโดยไม่มีปัญหาหรือมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมงานด้วย เมื่อสิ้นพิธีแล้วทั้งหมดก็กลับไปยังฮอกวอตส์ แล้วทานมื้อกลางวันกันที่นั่น เหตุการณ์เมื่อตอนนั้นยังคงติดตาแฮร์รี่ไม่หาย และมันก็ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเขินอายทุกครั้งที่สบตากับลูเซียส เขายังระงับความเขินอายไม่ได้เสียที ทันทีที่เขาสามารถแยกตัวออกไปได้ เขาก็ออกไปอย่างสุภาพ แฮร์รี่เดินออกไปอย่างรวดเร็ว เขาตรงไปยังห้องต้องประสงค์เพราะเขารู้ว่าจันทร์เจ้าจะต้องไปหาเขาที่นั่นอย่างแน่นอน เขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งปรากฏขึ้นเมื่อเขาต้องการจะมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบ แล้วมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นเบื้องหลังเขา แฮร์รี่ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วถามว่า

"คุณได้ถามเซเวอรัสเรื่องที่จะไปยังป่าต้องห้ามเพื่อช่วยเรื่องการฝึกของผมหรือยังฮะ"

เมื่อเขาไม่ได้รับคำตอบในทันทีเขาจึงหันหลังกลับไปมองที่ประตู แทนที่จะพบกับจันทร์เจ้า เขากลับพบมัลฟอยสองพ่อลูกแทน อาการเขินอายที่เกิดเป็นประจำก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง แก้มของเขากลายเป็นสีชมพูไปในทันใด

"ขอโทษฮะ ผมคิดว่ารีมัสมาถึงแล้ว"

"พอดีว่าฉันถามรีมัสว่านายไปที่ไหน แล้วเขาก็ให้คำแนะนำฉันมาน่ะ" เดรโกพูด

"นายต้องการอะไร" แฮร์รี่ถาม

"เมื่อคืนนี้ฉันอ่านหนังสือเล่มนั้นจบแล้ว และฉันก็อยากจะไปที่ป่าต้องห้ามเพื่อดูนายฝึกด้วยน่ะ ให้ฉันไปด้วยคนได้ไหม" เขาอธิบาย

"ฉันไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ต้องถามเซเวอรัสกับจันทร์เจ้าก่อน" แฮร์รี่พูด

"อาเซฟบอกว่าไปได้ เขาพูดว่า 'บางทีเธออาจจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ' พ่อก็จะไปด้วยเหมือนกัน เขาก็อยากเห็นว่านายมีพลังประเภทไหนบ้าง" เดรโกพูดแล้วยิ้มเมื่อพ่อของเขามองอย่างจ้องจะกินเลือดกินเนื้อมาที่เขา

"เขาได้บอกนายไหมว่าเขาจะให้ไปเจอเวลาไหน" แฮร์รี่ถาม

"เขาบอกว่าในอีก 20 นาที หรอว่าเธอต้องการจะพลาดในความรู้จำนวนมากที่เขาจะสอนให้" ลูเซียสพูด เป็นคำแรกที่เขาพูดตั้งแต่มาถึง นั่นทำให้แฮร์รี่จ้องมองเขาอย่างกับว่าเขามีหัวงอกมาอีกหัวหนึ่ง เมื่อเขาสังเกตเห็นแฮร์รี่ เขาจึงพูดต่อไปอีกว่า "อย่ามองฉันด้วยท่าทางแบบนั้นสิ นั่นเป็นคำพูดของเซเวอรัส ไม่ใช่ของฉัน"

แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่จะหลุดเสียงหัวเราะออกมา

"ฮะฮะฮะ ความรู้จำนวนมากที่เขาจะสอนอย่างนั้นหรอ อยากเห็นท่าทางตอนเขาพูดจัง คงจะคล้ายท่าทางของดัมเบิลดอร์แน่ๆ เลย ไปกันเถอะฮะ ผมไม่อยากพลาดในสิ่งที่เขาจะสอน"

แฮร์รี่ เดรโก และลูเซียสเดินไปยังห้องโถงซึ่งเป็นทางเข้าไปในตัวปราสาทและเห็นมูนนี่กับเซเวอรัสยืนรอพวกเขาอยู่

"เธอเป็นคนหาเขาพบใช่ไหม" รีมัสถามเดรโก เดรโกพยักหน้า แล้วทุกคนก็เดินไปยังป่าต้องห้าม

สิบห้านาทีหลังจากที่เดินกัน ในที่สุดพวกเขาก็หยุดเดิน สเนปหยิบไม้กายสิทธิ์ของเขาออกมาและร่ายคาถาเรียกหมาป่าทั้งหมดที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าออกมา เพียงไม่กี่นาที พวกเขาก็ถูกห้อมล้อมโดยฝูงหาป่าจำนวนหนึ่งซึ่งดูท่าทางแล้วไม่ค่อยพอใจนักที่ถูกรบกวน พลังเวทย์ของแฮร์รี่นั้นถูกปล่อยออกมาโดยสัญชาตญาณไปยังฝูงหมาป่าที่ยืนล้อมอยู่ ทำให้เกิดแสงสีฟ้าอ่อนออกมา จากนั้นฝูงหมาป่าก็เริ่มเชื่องและนั่งลงกับพื้น รีมัสต้องการทดสอบดูว่าพลังของแฮร์รี่นั้นจะมีผลต่อเขาหรือไม่ เขาจึงกระโดดพุ่งเข้าใส่แฮร์รี่ แล้วพลังของแฮร์รี่ก็ตรงมายังเขาและเกิดแสงสีฟ้าขึ้นเช่นกัน นั่นทำให้เขาลงไปนั่งอยู่กับพื้นอย่างแรง

แฮร์รี่รีบวิ่งเข้าไปหารีมัสแล้วถามว่า

"คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าฮะ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ คุณกระโจนเข้ามาหาผมแล้ว...แล้ว...มันก็เกิดขึ้น" แฮร์รี่พูดด้วยความตื่นตระหนก เขากลัวว่าพลังของเขานั้นจะส่งผลอะไรที่ไม่ดีต่อรีมัส แล้วเขาก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกแฮร์รี่ แค่แปลกใจนิดหน่อยน่ะ" รีมัสพูดด้วยความมึนงงเล็กน้อย

"ฮะ???" นั่นเป็นทั้งหมดที่แฮร์รี่พูดออกมา ทำให้เซเวอรัสและเดรโกต่างก็กลอกตาไปมาเพราะความซื่อของแฮร์รี่

"เมื่อพลังของเธอมาห้อมล้อมตัวฉันไว้มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าถูกปลอบ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีความสุขอย่างมาก" รีมัสพูด "พลังของเธอไม่ได้มีผลต่อพวกหมาป่าแต่เพียงอย่างเดียว แต่ก็มีผลต่อฉันด้วย"

"จะเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าใครคนหนึ่งจะเข้ามาทำร้ายเขา ก็จะโดนควบคุมไปด้วย แม่จะไม่ใช่สัตว์ร้ายก็ตาม" เดรโกพูด

"นั่นสิ อาจจะใช่อย่างที่เดรโกพูดก็ได้นะ" ลูเซียสพูด

"ถ้าหากสรุปได้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร ผมว่าเรากลับเข้าไปในฮอกวอตส์ตอนนี้เลยดีกว่าไหมฮะ เพราะมันคงสะดวกสบายกว่าที่นี่" แฮร์รี่พูด ทุกคนต่างก็เห็นด้วยแล้วก็เดินกลับไปยังฮอกวอตส์ เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่ง พวกเขาต่างก็สังเกตเหนว่าฝูงหมาป่านั้นยังคงไม่เลิกเดินตามพวกเขา แฮร์รี่เดินอย่างระมัดระวังไปยังหมาป่าตัวที่อยู่ใกล้กับเขามากที่สุดแล้วยื่นมือออกไปเพื่อจะลูบหัวของหมาป่าตัวนั้น เขาเกือบจะดึงมือกลับมาเมื่อหมาป่าขยับตัวและดันหัวของมันเข้าหามือของแฮร์รี่

"ว้าว ดูนั่นสิ ท่าทางแฮร์รี่จะได้เพื่อนใหม่แล้วล่ะ" เดรโกพูดแล้วยิ้มให้แฮร์รี่

"เงียบน่า เดรโก" แฮร์รี่พูดแล้วลูบหัวหมาป่าตัวนั้นต่อ เขาแทบจะหัวเราะ เมื่อเดรโกเดินเข้ามาหาเขาแล้วหมาป่าครางขู่ทำให้เขาต้องเดินถอยกลับไป แฮร์รี่ลูบหัวของหมาป่าอีกครั้งแล้วเดินกลับไปหาทั้ง 4 คน ฝูงหมาป่าหอน แล้ววิ่งกลับเข้าไปในป่า จากนั้นพวกเขาก็เดินกลับมาถึงตัวปราสาทแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ และเปลี่ยนชุดก่อนเวลาทานมื้อเย็น

แฮร์รี่รีบกลับลงมายังห้องโถง เขาอยากไปถึงก่อนทุกคน แต่อัลบัสและมิเนอร์วาก็รออยู่ก่อนแล้ว จากนั้น ป๊อปปี้ก็มา เธอยิ้มทักแฮร์รี่ จากนั้นเดรโกกับลูเซียสก็มา ตามมาด้วยเซเวอรัส และรีมัสเป็นคนสุดท้าย แฮร์รี่แทบจะกระโดดไปนั่งที่เก้าอี้ของเขาในทันทีเพราะความหิว เมื่ออาหารปรากฏขึ้น เขาก็ตักอาหารใส่จานของเขาทันที หลังจากที่กินอยู่10นาที เขาก็หยุดกินและสังเกตได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องเขาอยู่ เขากินมากกว่าจำนวนที่ทุกๆ คนกินถึง 2 เท่า เมื่อเขากินอิ่ม เขาเลื่อนจานออกห่างจากตัว เขาขอตัวกลับแล้วเดินออกไปก่อนที่ทุกคนจะได้พูดอะไร

หลังจากที่เขามาถึงหอนอนได้ไม่นาน ก็มีเสียงเคาะประตูทางเข้าดังขึ้น เขาเดินอย่างอ่อนเพลียลงมาจากบันไดแล้วตรงไปเปิดประตู เดรโกไม่ได้พูดอะไรแต่เดินเข้าไปในหอนอนบ้านกริฟฟินดอร์ทันที เมื่อเขาเห็นท่าทางอ่อนเพลียของแฮร์รี่ เขาก็พาแฮร์รี่กลับไปยังห้องนอน เขาอยู่ต่อเพื่อให้มั่นใจว่าแฮร์รี่นั้นเปลี่ยนมาใส่ชุดนอน แล้วผลักแฮร์รี่ลงนอนบนเตียง เพียงไม่กี่นาที แฮร์รี่ก็หลับไป เขาก้มตัวลงแล้วจูบหน้าผากขอแฮร์รี่ แต่เมื่อเขาจะจากไป เขาก็รู้ว่าเขาไปไม่ได้ มือของแฮร์รี่กำผมและเสื้อคลุมของเขาไว้แน่นเหมือนไม่ต้องการให้เขาจากไป เขาไม่รู้จะทำอย่างไรจึงนอนลงข้างๆ เอลฟ์ทันที ศีรษะของแฮร์รี่นั้นเปลี่ยนจากหมอนมาอยู่ที่ไหล่ของเขานอกจากนี้แขนและขาของแฮร์รี่ก็พาดอยู่บนตัวเขาเหมือนว่าเขาเป็นหมอนข้าง เดรโกยิ้มเมื่อเห็นใบหน้ายามหลับของเอลฟ์ตัวน้อยๆ ของเขา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หลับไป

2007/Jun/30

Title: Hybrid Destiny : Chapter 11

Author: hpnewbie

Translator: dorahari

Category: Romance, Fantasy

Pairing: Draco/Harry (main) and Severus/Lucius/Remus

Rating: NC-17

Spoilers: not spoiled

Disclaimer: I dont own Harry Potter these characters; I just tweak them.

Warnings: Death, OOC, lemon, violence, yaoi/slash, adult language, smut, slash, anal, oral, voyeurism and m-preg

Summary: Harry comes into an unexpected inheritance on his 17th birthday causing new revelations about family. Former enemies become friends or closer.

Translator notes: ข้าน้อยไปขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนจะแปลแล้วนะคะ และก็ขอเตือนหน่อยนึง ถ้าใครอ่านไม่ได้ก็อย่าเข้ามาอ่านเลย เดี๋ยวจะเสียอารมณ์ไปหมดซะก่อน

>>>>> Hybrid Destiny <<<<<< ต้นฉบับฮะ

********************************************

Chapter 11

แฮร์รี่จ้องรีมัสอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า

"จะว่าอะไรมั้ยฮะ ถ้าผมจะขอสวมเสื้อก่อน ผมอยากให้มันสะดวกมากกว่านี้ พวกเราควรไปคุยกันที่หอนอนของบ้านกริฟฟินดอร์ ที่นั่นคงจะสะดวกกว่าที่นี่"

"ก็ดี เธอจะได้อธิบายอะไรๆ ได้น่าพอใจมากขึ้นถ้าไปที่นั่น แล้วจะได้ไม่ต้องเลี่ยงตอบคำถามด้วย" รีมัสพูด

เพียงแค่ไม่กี่นาที พวกเขาก็เดินมาถึงหน้าประตูรูปสุภาพสตรีอ้วน เมื่อหล่อนจะเอ่ยปากถามอะไรกับแฮร์รี่ เด็กหนุ่มก็ส่ายหัว แล้วสะบัดหน้าไปหารีมัสด้วยความโกรธเคือง

สุภาพสตรีอ้วนกลิ้งตาก่อนที่จะเปิดประตู แฮร์รี่เดินนำเข้าไปแล้วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ยาว รีมัสเลื่อนเก้าอี้มาแล้วนั่งลงตรงหน้าของเด็กหนุ่ม แล้วรอให้เด็กหนุ่มพูด

"เมื่อวานนี้ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล คุ้มกันลูเซียส เดรโก และผมไปซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ตรอกไดแอกอน แต่ว่าโชคไม่ดี พวกเราไปเจอตัวปัญหาเข้า เบลลา ผู้หญิงสารเลวปรากฏตัวขึ้น แล้วเย้ยหยันพวกมัลฟอย จากนั้นเธอก็พูดดูถูกซีเรียส ผมก็เริ่มโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ ผมบอกเธอว่าที่ๆเหมาะสมสำหรับเธอคือนรก และผมก็ตั้งใจว่าอยากจะส่งเธอไปอยู่ที่นั่น
เมื่อผมพูดออกไป ก็มีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้น ประตูสีเขียวบานใหญ่ปรากฏขึ้นข้างหลังของเธอ แล้วก็มีแขนคู่หนึ่งมาดึงเธอเข้าไป หลังจากนั้นก็มีผู้เสพความตายอีกจำนวนหนึ่งออกมา พวกมัลฟอยและผมนั้นถูกแยกออกมักกอนนากัลซึ่งเป็นผู้เก็บกุญแจนำทางไว้ ผมต้องการจะกลับมาที่ฮอกวอตส์เป็นอย่างมากก็เลยเรียกประตูอีกบานขึ้นมา และดึงพวกมัลฟอยให้เดินตามเข้ามาในประตูกับผม แล้วก็เป็นโชคดีที่ประตูนั้นนำทางมาจนถึงฮอกวอตส์ แล้วผมก็หมดสติไป"

"เดรโกกับผมกลายเป็นเพื่อนกัน แม้ว่าความสัมพันธ์ของเราจะพัฒนาไปมากกว่าที่ผมคิดไว้ก็ตาม ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เขากับผมใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เขาช่วยผมค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเอลฟ์จักรพรรดิ์ แล้วก็ไม่ได้ทำตัวงี่เง่าเหมือนในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ผมไม่รู้หรอกนะฮะว่าคุณพูดอะไรเรื่องมัลฟอยทั้ง 2 คน ทั้งลูเซียสและเดรโก แต่ผมเกี่ยวข้องกับเดรโกเพียงแค่คนเดียว"

"ถ้าอย่างนั้นแล้วในห้องพยาบาลนั่นคืออะไร ลูเซียส ลูบไล้หลังของเธอ แต่เธอไม่ได้พูดอะไรเพื่อให้เขาหยุด" รีมัสพูด

"จันทร์เจ้า ผมไม่ได้พูดอะไรกับทุกคนเพื่อให้หยุดสัมผัสหลังผมเลยนะ" แฮร์รี่พูดตั้งรับ

"ไม่มีใครที่ ลูบไล้ หลังของเธอเหมือนกับที่เขาทำ" รีมัสพูด "เขา ลูบไล้ หลังของเธอ ไม่ใช่สัมผัส"

"ผมไม่รู้ มันรู้สึกเหมือนว่าผ่อนคลาย เขาไม่ได้จะล่อลวงหรือทำอะไรทำนองนั้น เขาคงไม่สามารถอดทนกับผมได้หรอก ก็ในเมื่อเขาเกลียดผมมากพอๆ กับที่เจ้าหน้างูแก่ๆ นั่นเกลียดผม"

"แต่ที่ฉันเห็นมันไม่ใช่แบบนั้น" รีมัสยืนกราน

"ผมไม่รู้ว่าจะบอกกับคุณยังไงดี นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เจอกันหลังจากเกิดเรื่องที่ตรอกไดแอกอน พวกเราพูดกันยังไม่ถึง 5 คำเลย ถ้าหากว่านั่นเป็นเรื่องที่คุณต้องการจะรู้จากผม ผมยังมีเรียงความอีก2เรื่องที่ต้องเขียน ผมขอไปทำก่อนนะฮะ" แฮร์รี่พูด

เมื่อรีมัสส่ายหัว แฮร์รี่ก็เดินไปยังบันไดเข้าหอ ก่อนจะหันกลับมามองรีมัส

"ราตรีสวัสดิ์ฮะจันทร์เจ้า ผมดีใจมากๆ ที่ได้เจอคุณ" รีมัสยิ้ม แล้วแฮร์รี่ก็เดินไปที่ห้องของเขา

*******************************

ที่ระเบียงของห้องชุดของสองพ่อลูก ลูเซียสและเดรโกกำลังพูดคุยกันอยู่

"พิธีรำลึกจะมีขึ้นในอีก 2 วันที่คฤหาสน์มัลฟอย ทุกๆ คนในภาคีได้รับเชิญไป แล้วเราได้ถามพอตเตอร์หรือยังล่ะ" ลูเซียสถาม

"ยังเลยฮะ ผมถูกทำให้ว้าวุ่นใจ" เด็กหนุ่มผมบลอนด์พูดอย่างอายๆ

"ว้าวุ่นใจอย่างนั้นหรือ ช่างมันเหอะ เราจำเป็นต้องใช้กุญแจนำทางไปที่คฤหาสน์ เพราะว่าคาถาป้องกันผู้ไม่หวังดีนั้นยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยเพื่อป้องกันแขกที่ไม่ได้รับเชิญ และเครือข่ายฟลูก็ถูกทำให้ใช้การไม่ได้ ยังมีอะไรที่ขาดอีกไหม" ลูเซียสพูด

"ไม่ฮะ ผมคิดว่าทุกอย่างที่เตรียมไว้นั้นพอแล้ว แต่ผมมีอีกเรื่องที่จะพูดกับพ่อ พ่อจะทำยังไงเกี่ยวกับเรื่องของแฮร์รี่" เด็กหนุ่มผมบลอนด์ถาม

"หมายความว่ายังไง ฉันไม่ทำอะไรอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นหรอก ลูกก็รู้ว่าพ่อไม่ได้ทำงานให้กับเจ้าแห่งศาสตร์มืดอีกต่อไปแล้ว แล้วพ่อจะทำอะไรคนที่ช่วยเหลือพวกเราไว้ทำไมล่ะ" ลูเซียสตอบ

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมพูดถึง แล้วพ่อก็รู้เรื่องนั้นดี พ่อคิดว่าผมไม่คิดอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตอนหัวค่ำอย่างนั้นหรอ พ่อมองแฮร์รี่เหมือนกับเขาเป็นโอเอซิสท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องพยาบาลอีกล่ะ พ่อโชคดีแค่ไหนรู้มั้ย ที่รีมัสไม่มากระชากแขนของพ่อจนหลุดออกไป" เดรโกพูด

"พ่อไม่รู้หรอกนะว่าเราพูดถึงอะไร แต่ที่พ่อมองพอตเตอร์ก็เพียงแค่ไม่กี่วินาที เพราะเขาดูแตกต่างไปจากที่เคยเห็นอย่างมาก แล้วในห้องพยาบาล พ่อก็เพียงแค่ทำตามที่ป๊อปปี้ บอกให้สัมผัสหลังของเขาเพื่อดูว่าพ่อรู้สึกอย่างไร" ลูเซียสพูด

"ใช่ แต่พ่อก็หมกมุ่นอยู่ในสิ่งที่พ่อทำจนผมต้องตอบคำถามแทน" เดรโกพูด

"แล้วรู้ได้อย่างไรว่าพ่อรู้สึกอย่างไร" ลูเซียสถาม

"เมื่อตอนหัวค่ำผมไปหาแฮร์รี่ที่หอนอนของบ้านกริฟฟินดอร์ เขาเปิดประตูโดยที่ไม่สวมใส่อะไรเลย มีเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กพันอยู่รอบเอว เมื่อเขาหันหลังกลับไปเพื่อไปในห้อง ผมก็เห็นรอยสักและอดไม่ได้ที่จะจับต้อง ผมรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นปีกขนนกจริงๆ แล้วมันวิเศษมาก" เดรโกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"พ่อก็เพียงแค่รู้สึกประหลาดใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็เพียงแค่นั้นเอง" ลูเซียสพูด

"ช่างเถอะฮะ ผมรู้ว่าพ่อคิดอะไร อย่างไรก็ตาม ผมยังมีเรียงความที่ต้องเขียน ผมขอตัวก่อนนะฮะ" เดรโกพูด ปล่อยให้ลูเซียสครุ่นคิดในคำพูดของเขา

"มันไม่จริงอย่างที่เดรโกพูด ฉันไม่มีทางที่จะต้องการเจ้าเด็กเหลือขอนั่น จริงอยู่ว่าภรรยาของฉันตายไปแล้ว ถึงแม้ว่าฉันไม่ได้หลงรักเธอ แต่เธอก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันมาเกือบ 20 ปี อีกอย่าง เจ้าเด็กนั่นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของฉัน แล้วอีกอย่างเด็กนั่นก็ยังเกี่ยวพันกับลูกชายของฉันอีก อาจเป็นเพราะว่าฉันหลงในปีกนั่น มันไม่มีทางเป็นไปมากกว่านี้แน่ๆ" เขาพูดกับตัวเองก่อนที่จะไปนอน

*********************************

ในคุกใต้ดิน เซเวอรัสกำลังนั่งตรึกตรองถึงสถานภาพของเขา เขาต้องไปแจ้งกับดัมเบิลดอร์ว่าเขาไม่สามารถเป็นสายสืบให้กับภาคีได้อีกต่อไป โวลเดอมอร์ได้ยื่นคำขาดแก่เขา เขาต้องเลือกว่าจะนำตัวพอตเตอร์หรือลูเซียสไปให้เจ้าแห่งศาสตร์มืด ถ้าหากเขาทำไม่สำเร็จ เขารับประกันเลยว่าความตายนั้นรอเขาอยู่ เขาไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เขาจึงไม่กล้ากลับไป เขาตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็ต้องพูดทันที เลยติดต่อไปหาอัลบัส

"อัลบัส ผมมีเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดกับคุณในตอนนี้" เขาพูด

"มาสิ พวกเราจะได้ดื่มชากัน" อัลบัสพูด

เซเวอรัสย่างเท้าผ่านเข้าไปในเตาผิงทันที เพื่อไปยังห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ เขาเดินไปยังเก้าอี้ตรงหน้าดัมเบิลดอร์แล้วนั่งลง รอให้ดัมเบิลดอร์พูด

"มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ" อัลบัสถามหลังจากนั่งเงียบอยู่พักหนึ่ง

"ผมไม่สามารถเป็นสายสืบให้กับภาคีได้อีกต่อไป" เขาพูด และยกมือขึ้นห้ามเพื่อไม่ได้ดัมเบิลดอร์พูดก่อนจะพูดต่อ

"โวลเดอมอร์ได้ยื่นคำขาดกับผมหลังจากนาร์ซิสซาตาย เขารู้ว่าลูเซียสต้องมาร้องขอความช่วยเหลือจากคุณ แล้วสั่งให้ผมเลือกว่าจะนำพอตเตอร์หรือลูเซียสไปให้แก่เขา ผมเป็นเพียงคนเดียวที่เข้าถึงพวกเขาทั้งคู่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เบลลาหายตัวไป แล้วพวกผู้เสพความตายอีกจำนวนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ตรอกไดแอกอนไม่สามารถจับพวกเขาทั้ง 2 คนกลับไปได้ ถ้าหากผมไม่ทำแบบนั้น ชีวิตผมก็คงจะต้องเป็นสิ่งทดแทน ก่อนที่คุณจะถามอะไร ผมคิดว่าถ้าหากมีลูเซียสอยู่ที่นี่ ก็จะเป็นประโยชน์กับฝ่ายเรา เพราะเขาเป็นมือขวาของจอมมาร เขาสามารถจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับจอมมารในเรื่องที่ผมไม่รู้มาก่อน และสิ่งที่ผมจะขอก็คือผมไม่ขอกลับไปหาจอมมารอีก"

"ผมรู้ นี่อาจจะเป็นอุปสรรคเล็กน้อยต่อการดำเนินงานของภาคี เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโวลเดอมอร์ แต่คุณก็พูดถูก ผมไม่อาจสั่งให้คุณกลับไปหาโวลเดอมอร์ แน่นอนว่าคุณเลือกได้ว่าจะอยู่ที่นี่ หรือไปอยู่ที่ภาคี หมดธุระแล้วใช่ไหม" เขาถาม

หลังจากที่ได้การตอบรับด้วยการพนักหน้าจากเซเวอรัส เขาก็เดินไปส่งเซเวอรัสยังหน้าเตาผิง

"ผมยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ ผมอยากให้คุณไปร่วมพิธีรำลึกถึงนาร์ซิสซาที่คฤหาสน์มัลฟอยด้วย เพราะทุกๆคนในภาคีก็ไปร่วมพิธีนี้"

เซเวอรัสพยักหน้าอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้าไปในเตาผิง แล้วเดินทางกลับไปยังห้องทำงานโดยผงฟลู เขายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำก่อนเข้านอน บางทีเขาอาจจะต้องทำทั้งคืน

TBC.



dorahari ~สาวกYdemort~
View full profile